Scarlet (Microneedle RF)

"ถ้าย้อนไปซัก 10 ก่อน ใครที่มีปัญหาหลุมสิว ผิวหนังหย่อนคล้อย คงจะต้องนึกถึง dermal roller หรือเดอร์มาโรลเลอร์ ที่เอามาใช้รักษารอยหลุมสิว ผิวไม่เรียบ ซึ่งวิธีนี้รู้กันดีว่า เจ็บ เลือดออกมาก และมักจะไม่ได้ผลตามที่หวังเท่าไหร่นัก เป็นเพราะว่า การกระตุ้นผิวด้วย dermal rooler นั้นได้ผลกับผิวชั้นบน ๆ เท่านั้น แต่สิ่งที่นวัตกรรม Scarletta ไม่เหมือนเครื่องมือเลเซอร์อื่น ๆ เพราะเครื่องมือรักษาหลุมสิว ริ้วรอย หรือยกกระชับ ก่อนหน้านี้ จะไม่มีการส่งพลังงานที่ลึกถึงชั้นใต้ผิวหนัง หรือถ้ามีก็มักจะทำให้เกิดรอยดำ บนผิวหน้า หรือทิ้งรอยแดงไว้เป็นเวลาหลายวัน และยังเจ็บมากอีกด้วย แต่สำหรับ Scarletta สามารถกำหนดพลังงาน ความลึก และจังหวะการปล่อยเข็มและพลังงานได้ตามพื้นที่รักษา โดยไม่ทำให้เลือดออก ไม่ทำให้ผิวด้านนอกบาดเจ็บ และเจ็บน้อยกว่าเครื่องมืออื่น ๆ ที่มีมา แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ถือว่าดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องอื่น ๆ"

Scarlet Laser คืออะไร ?

- scarlet laser เป็น เลเซอร์ที่รวมเอา 2 เทคโนโลยี การกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิว มารวมกัน คือ การปล่อยคลื่นวิทยุ Radio frequency (RF) และ Microneedle therapy

- Microneedle ของ scarlet เป็นเข็มที่เล็กมาก ๆ 25 เข็ม ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวนำคลื่นวิทยุ RF ให้ลงไปสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกลงไป เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน 

- เข็มของ scarlet สามารถ ปรับระดับความลึกได้ ตั้งแต่ 0.5-3.5 มิลลิเมตร ทำให้แพทย์สามารถเลือกได้ว่าจะให้พลังงานลงลึกแค่ไหน ลงถึงชั้น dermis หรือเพียง epidermis และสามารถปรับให้เหมาะสมตามแต่ละตำแหน่งของใบหน้า

- การทำ scarlet laser ใช้เวลาฟื้นตัวน้อยมาก เมื่อเทียบกับการรักษาหลุมสิว และการยกกระชับหน้าด้วยเลเซอร์ ชนิดอื่น โดยใช้เวลาเพียง  1-3 ชม. เท่านั้น อาการบวมแดง ก็จะลดลง

 

ความหนาของผิวหนังโดยเฉลี่ย ผิวชั้นนอก 0.5 - 1.5 mm และชั้นหนังแท้ (Dermis) ประมาณ 1-4 mm ซึ่งเข็มของ Scarlet สามารถลงไปได้ลึกถึงชั้นหนังแท้

 

ทำไมต้องเลือก Scarlet

1.เพิ่ม volume เพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้า

- ด้วยการกระตุ้นผิวที่ลึกมากถึงชั้นคอลลาเจน พลังงาน RF จะทำให้ เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนให้มีการสร้างใหม่ ทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึง อ่อนเยาว์มากขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง

2. เป็นการรักษาด้วย Fractional RF ที่ได้ผลดีที่สุด

- fractional RF วิธีอื่น ๆ มักทิ้งแผลไว้ที่ผิวด้านนอก ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะหายดี และเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำตามมา แต่การทำ scarlet จะช่วยกระตุ้นทั้งผิวชั้นนอก (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยไม่ก่อให้เกิดแผลที่ภายนอก

- การกระตุ้น ผิวชั้นนอกด้วย Fractional RF ของ scarlet จะช่วยให้ผิวด้านนอกดูเรียบเนียน ลดรอยหลุมสิว แผลเป็น ทำให้รูขุมขนเล็กลง

- การกระตุ้น ผิวชั้นหนังแท้ จะทำให้เกิดการสร้างใหม่ของ เส้นใยที่ช่วยพยุงผิว เช่น คอลลาเจน (Collagen) ทำให้ผิวหนังกระชับขึ้น มีความเต่งตึง มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

3. เจ็บน้อย ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ต้องพักฟื้น

- ด้วยระบบ " Shock Free Needle " เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่จะมีการปล่อยพลังงานไปพร้อมกับจังหวะการลงของเข็ม ทำให้ความเจ็บน้อยลง และช่วยไม่ให้เลือดออก ทำให้ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกอะไรเลยขณะทำการรักษา (มีการแปะยาชาบริเวณผิวหน้าร่วมด้วย)

- สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังรับการรักษา

4.เป็นการดึงหน้า แบบไม่ต้องผ่าตัด ( non-surgical facelift)

- ภายหลังการทำ จะมีการกระตุ้นคอลลาเจน ตามบริเวณที่รับการรักษา ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า

- scarlet laser ช่วยฟื้นฟูผิวหน้า (Skin rejuvenation) , เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ( Skin elasticity ) , และรักษารอยหลุมสิว โดยใช้พลังงานจากเซลล์ผิวหนังที่แข็งแรง รอบ ๆ บริเวณที่ทำการรักษา

- หลังการรักษา สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เพราะจะมีอาการบวมแดง เพียง 1-3 ชม. เท่านั้น

- ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ ทำให้การลงพลังงาน และการลงตำแหน่งรักษาเป็นไปอย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลการรักษาที่น่าพึงพอใจ

 

ใครที่เหมาะในการทำ Scarlet laser บ้าง

1. ผิวหนังที่เริ่มชรา (Aging skin) และผิวที่เสียจากแสงแดด (Photoaging skin)

2. ริ้วรอยเหี่ยวย่น และใบหน้าหย่อนคล้อย

3. แผลเป็นลึก รอยหลุมสิว

4. รอยแตกลาย

5. ผิวหน้าแห้ง ขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนกว้าง

6. ผิวหน้าตามตัวหย่อนคล้อย เช่น แขน ท้อง

 

ผลที่ได้รับหลังรับการรักษาทันที

1. ผิวหนังตึงกระชับมากขึ้น เห็น Jaw line ชัดเจนขึ้น

2. เพิ่มความยืดหยุ่น เต่งตึงของผิว ผิวหน้าดูสุขภาพดียิ่งขึ้น

3. ริ้วรอยใบหน้าลดลง

4. สีผิวมีความสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น

5. หน้ามันลดลง

 

ผลหลังรับการรักษาครบคอร์ส 3 เดือน 

1.ผิวหน้ากระชับมากขึ้น สีผิวสม่ำเสมอขึ้น ( 93%)

2. รูขุมขนกระชับมากขึ้น ( 87%)

3. ริ้วรอยเหี่ยวย่นตื้นขึ้น ( 77% )

4. ผิวหนังเต่งตึงมากขึ้น ( 70% )

5. ร่องแก้มดูลดลง (55%)

 

ควรทำบ่อยแค่ไหน

1. ทำทุก 2-4 สัปดาห์ ติดกัน 3 ครั้ง ( ขึ้นกับสภาพผิว และปัญหา) หลังทำสามารถเห็นผลการรักษาได้ทันที 

2. เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น จากการสร้างคอลลาเจนเต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน 

3. ทำซ้ำได้ทุก 6 เดือน - 1 ปี ขึ้นกับความรุนแรงของปัญหา และสภาพผิวหน้า

 

**หมายเหตุ ผลการรักษาแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล การรักษาอาศัยวิจารณญาณแพทย์เป็นสำคัญ 

ตัวอย่างผู้ป่วยหลังทำ SCARLET laser 3 ครั้ง ร่วมกับการทำ subcision (การใช้เข็มตัดผังผืดใต้หลุม) หลังทำ 6 เดือนผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น การรักษาสิวได้ผลดีขึ้น

นพ.เอกพงศ์ อธิคมชัยวงศ์

Issavee Clinic

Before/After & Video

Certificate

อิสสวีร์คลินิกได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดำเนินการสถานพยาบาลตามมาตรฐานกระทรวงเป็นประจำทุกปี

Machine

ด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย ยาและเวชภัณฑ์ ผ่านการรับรอง อย. คุณจึงมั่นใจได้ถึงผลลัพธ์และความปลอดภัย

Our Doctor

อิสสวีร์คลินิคดำเนินการรักษา โดย นพ.อิทธิพัทธ์ และ นพ.เอกพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและดูดไขมัน พร้อมด้วย Therapist มากประสบการณ์