รีวิวดูดไขมันหน้าท้องคุณทราย

รีวิวประสบการณ์การดูดไขมันหน้าท้องอย่างละเอียดโดยคุณทราย

สวัสดีค่ะ ทรายเป็นผู้มาใช้บริการดูดไขมันหน้าท้องที่ Issavee clinic ค่ะ 
(รีวิวยาวหน่อยนะคะ ใครอยากดูเร็ว ๆ ดูจากวิดีโอได้เลยค่ะ ^^)
ต้องบอกก่อนว่า จริง ๆ แล้วทรายเป็นคนตัวไม่อ้วนนะคะ น้ำหนักตัว 46 kg สูง 154 cm แต่อย่าดูหน้าท้องนะคะ ใหญ่มากกกกกก โดยเฉพาะหน้าท้องส่วนล่าง ที่ใหญ่ย้วย บีบได้เป็นก้อนเลย ซึ่งจะมีปัญหามากเวลาต้องใส่ชุดที่รัดแน่น ชุดราตรีออกงาน หรือชุดออกกำลังกาย
ทรายพยายามควบคุมอาหาร และออกกำลังกายแล้ว แต่ถึงแม้น้ำหนักจะลด ไขมันบริเวณหน้าท้องส่วนนี้ก็ไม่ยอมลดลงเลย สุดท้ายเลยต้องพึ่งคุณหมอให้ช่วยแล้วล่ะค่ะ
 ทรายเริ่มต้นจากการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต แล้วเห็นว่าที่ issavee clinic ดูมีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และเห็นผลการรักษาจริง ๆ จึงลองเข้ามาปรึกษาคุณหมอ ซึ่งคุณหมอก็ให้ความรู้และให้ข้อมูลอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัว วิธีทำ และผลข้างเคียงที่พบได้ (ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิดเลย) ซึ่งในกรณีทราย คุณหมอบอกว่าน่ารักษาด้วยการดูดไขมัน เพราะเป็นคนน้ำหนักตัวปกติ ผิวหนังยังยืดหยุ่นดี หลังการดูดจะให้ผลที่ดีมาก ทรายจึงตัดสินใจนัดวัดทำเลยค่ะ ^^

 

ก่อนวันที่มาดูดไขมัน คุณหมอให้ หยุดอาหารเสริมและวิตามิน ที่ไม่จำเป็นไปก่อนประมาณ 7 วัน  งดแอลกอฮอล์ และพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ พอถึงวันนัดผ่าตัด คุณหมอก็จะตรวจร่างกาย วัดความดัน อีกครั้งนึงค่ะ

 

ขั้นตอนต่อไป จะมีพี่พยาบาลพาไปเปลี่ยนชุด และวัดสัดส่วนเก็บไว้ค่ะ 

 

พอทุกอย่างพร้อม คุณหมอก็จะมาตรวจดูอีกครั้ง วาดตำแหน่งที่จะทำการดูด เห็นที่คุณหมอบีบไม๊คะ ส่วนนี้คุณหมอวีบอกว่าเป็นไขมันล้วน ๆ เลย แต่ส่วนเหนือสะดือไขมันน้อย ไม่จำเป็นต้องดูดค่ะ (พุงใหญ่มาก อายคุณหมอนิดนึง >_<)

 

นี่คือรูปหน้าท้อง ก่อนที่จะทำการดูดค่ะ สังเกตว่าช่วงล่างนี่ป่องออกมามากสุดเลย เป็นส่วนของไขมันที่เราจะดูดกันค่ะ แต่ช่วงบนเป็นส่วนที่ดันออกมาจากกระเพาะอาหาร ลำไส้ ซึ่งส่วนนี้ต้องไปออกกำลังกายเองละค่ะ
ว่าแล้วก็ขึ้นเตียงเตรียมผ่าตัดกันได้เลยค่ะ ตอนแรกตื่นเต้นมาก แต่คุณหมอกับพี่ผู้ช่วยก็ชวนคุยจนหายเกร็ง หลังจากเตรียมอุปกรณ์พร้อมคุณหมอก็จะทายาฆ่าเชื้อ และใช้ผ้าปลอดเชื้อคลุมเราเกือบทั้งตัวเลย โผล่มาแค่ส่วนที่จะดูด กะหน้าเราค่ะ 
ซึ่งในขึ้นตอนการทำ จะประกอบด้วย  3 ขึ้นตอนหลัก ๆ ค่ะ ได้แก่

1.ขั้นแรกสุด ใส่ยาชา ผสมน้ำเกลือ ซึ่งขั้นตอนนี้คุณหมอจะใช้เข็มเล็ก ๆ ใส่ยาชาเข้าไปทั่วบริเวณที่จะทำการดูดไขมัน คุณหมอบอกว่าขั้นตอนนี้จะเจ็บ ซึ่งก็เจ็บจริง ๆ ค่ะ 555 แต่ก็ไม่มากเท่าที่คิด เจ็บตึง ๆ หน่วง ๆ เหมือนท้องตึง ๆ แน่น ๆ มากกว่า ซึ่งก็เจ็บแค่แป๊ปเดียว ประมาณ 5 นาทีเองค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่เจ็บแล้ว

 

2.ขั้นตอนสลายไขมัน คุณหมอจะใส่อุปกรณ์ vaser ซึ่งเป็นคลื่นอัลตราซาวน์ เอาไปสลายเซลล์ไขมันให้แตกออกเป็นน้ำ (เซลล์ตายแล้วหลังจากนี้ไขมันก็จะไม่มาเก็บไว้ตรงพุงนี้อีกแล้ว เย้!!) ขั้นตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ มีเสียงวี้ ๆ ที่หูนิดหน่อย

 

3.ขั้นตอนสุดท้ายคือการดูดไขมันที่เป็นน้ำแล้วออกมา ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลานานสุดค่ะ คุณหมอบอกว่าเป็นขั้นตอนสำคัญสุด จะสวยไม่สวย เรียบไม่เรียบ ก็อยู่ที่ตอนนี้แล้ว เลยไม่กล้าชวนคุยเลย ^^

รวมเวลาการดูดหน้าท้องทรายทั้งหมด ประมาณ ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเองค่ะ เร็วกว่าที่คิดมาก ไม่เจ็บอย่างที่คิดด้วย สบายมาก ๆ ค่ะ

 

หลังดูดเสร็จ คุณหมอก็เย็บแผลไว้ข้างละ 1 เข็มค่ะ ปิดแผล และพันผ้ายืดให้ ค่อนข้างแน่นนิดนึง ซึ่งคุณหมอบอกว่าจะต้องใส่ชุดกระชับต่ออีก 3 เดือน โดยในเดือนแรกจะต้องใส่ตลอดเวลา ถอดได้แป๊บเดียว เช่นตอนอาบน้ำ หลังผ่านเดือนแรกไป ใส่วันละ 12 ชั่วโมงก็พอค่ะ ที่ต้องใส่ก็เพื่อไม่ให้บริเวณที่ดูดไป มีน้ำมาสะสมแทนไขมัน และช่วยการกระชับของผิวหนังด้วยค่ะ

 

หลังทำแผล แต่งตัวเสร็จ หมอจะตรวจร่างกาย เช็คความดันอีกครั้ง ซึ่งทุกอย่างปกติดี ก็กลับบ้านได้ค่ะ พร้อมกับยามากมาย มียาฆ่าเชื้อ ยาลดบวม แก้ปวด เป็นหลักค่ะ

 

และอีกอย่างที่ได้มาด้วยคืออุปกรณ์ทำแผลชุดใหญ่ค่ะ 555  มีชุดทำแผลแบบปลอดเชื้อ เบตาดีน และที่ปิดแผล ซึ่งคุณหมอให้ทำแผลวันละครั้ง ด้วยการป้ายเบตาดีน และแปะแผลด้วยก๊อซปลอดเชื้อ ซึ่งแผลห้ามโดนน้ำตลอด 7 วัน จนตัดไหมเลยค่ะ แต่ถ้าอยากอาบน้ำ ก็ให้ซื้อพลาสเตอร์กันน้ำมาแปะไว้เฉพาะตอนอาบน้ำ อาบเสร็จก็ต้องทำแผลใหม่ทุกครั้งค่ะ (คุณหมอไม่แนะนำให้ใช้พลาสเตอร์กันน้ำแปะไว้ตลอดนะคะ เพราะคนไข้มักจะแพ้กาวของพลาสเตอร์ทุกคนเลย)

 

ขั้นตอนการทำแผลก็ไม่ยากนะคะ แค่แกะเซ็ททำแผลปลอดเชื้อออกมา หยดเบตาดีนใส่สำลี ใช้ปากคีบหยีบสำลีมาป้ายแผล แล้วก็หยิบก๊อซมาแปะแผล เสร็จแล้วค่ะ สิ่งสำคัญคือ อย่าใช้มือจับก๊อซส่วนที่จะโดนแผลนะคะ เดี๋ยวแผลติดเชื้อ

 

 

อันนี้เป็นภาพหลังการดูดไปได้ 1 อาทิตย์ค่ะ ซึ่งจะมีอาการต่อไปนี้ให้เห็นค่ะ ซึ่งคุณหมอบอกไว้ก่อนแล้วว่าเจอทุกคนเลยไม่กังวลค่ะ
1.อาการช้ำ ซึ่งจะค่อย ๆ จางหายไปใน 2 อาทิตย์ค่ะ
2.อาการบวม อันนี้ตอนแรกก็กังวลนะคะ นึกว่าเป็นก้อนอะไร แต่คุณหมอบอกว่าเจอทุกคน มักจะเป็นจากน้ำเกลือที่ค้างอยู่เล็กน้อย และจากเนื้อเยื่อที่อักเสบ ซึ่งอาการบวมเป็นก้อนตรงนี้จะค่อย ๆ สลายไปเองภายใน 3 เดือน ซึ่งเราสามารถนวด หรือประคบร้อน เพื่อช่วยให้หายเร็วขึ้นได้ค่ะ
3.อาการชา บริเวณที่ดูดไป ตอนจับ ๆ ลูบ ๆ จะรู้สึกชานิด ๆ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นปกติภายใน 3 เดือนค่ะ
4.อาการปวด อันนี้น้อยกว่าที่คิดไว้เยอะค่ะ หลังทำประมาณ 1 วัน จะเริ่มรู้สึกปวดตึง ๆ หน่วง ๆ คล้ายตอนมีประจำเดือน  ซึ่งก็ไปทำงานได้ตามปกตินะคะ แทบไม่ได้กินยาอะไรเลย จะปวดมากหน่อยก็เวลาขยับเปลี่ยนท่า ซึ่งไม่ถึงอาทิตย์นึงก็ดีขึ้นแล้วค่ะ
หลังจากการดูดไป 1 อาทิตย์ คุณหมอก็นัดมาดูแผลและตัดไหม และนัดตรวจอีกครั้ง ตอน 2 เดือน และ  6 เดือนค่ะ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก ๆ ๆ เลยค่ะ หน้าท้องตรงที่ดูดเล็กลงเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่ได้ไปออกกำลังกายเลย (คุณหมอให้งดออกกำลังไปก่อน ประมาณ 6 อาทิตย์) ยิ่งพอทรายได้ออกกำลังกายร่วมด้วยแล้ว หน้าท้องยิ่งยุบลงเร็วมากจนตัวเองยังตกใจเลย ซึ่งตอนนี้ทรายก็สามารถใส่ชุดแนบเนื้อได้อย่างมั่นใจแล้วค่ะ (รู้งี้ทำตั้งนานละ 555)

 

 

สุดท้ายคือเรื่องของแผลผ่าตัดนะคะ พยายามจะชี้ให้ดู แต่มันจางมาก ๆ แล้วค่ะ ก่อนหน้านี้จะเห็นเป็นขีดเล็ก ๆ ประมาณ 5 mm ซึ่งพอผ่านมาได้ 6 เดือน รอยก็จางจนแทบมองไม่เห็นอย่างในรูปนี่แหละค่ะ

ก็ขอจบการรีวิวอย่างละเอียดก่อนละกันนะคะ ถ้าได้มาทำส่วนอื่น ๆ อีกจะมารีวิวให้ดูอีกครั้งพร้อมหน้าจริงนะคะ 555 (ตอนนี้ยังไม่กล้าเอาหน้าออกสื่อค่ะ555) 
สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.issaveeclinic.com นะคะ 
หรือจะโทรเข้าไปสอบถามข้อมูลที่ 088-852-5496 ก็ได้ค่ะ พนักงานที่นี่ดีมากค่ะ เป็นกันเอง ให้ข้อมูลได้ดี ไม่ยัดเยียดขายคอร์สอย่างเดียว ใครควรทำ ไม่ควรทำ คุณหมอจะให้ข้อมูล แล้วให้เราตัดสินใจเองทั้งหมดเลย ลองไปคุยกันดูได้นะคะ  ^^ 

 

 

 

 

Real Story

เล่าประสบการณ์การดูดไขมันต้นแขนโดยคุณตาร์
ประสบการณ์ดูดไขมันต้นแขน ด้วย Vaser ก่อนวันสำคัญของชีวิต
รีวิวประสบการณ์การดูดไขมันหน้าท้องอย่างละเอียดโดยคุณทราย