ISSAVEE CUSTOMER REVIEW
รวมรีวิวยกกระชับหน้าด้วย โปรแกรม Oligio ที่ Issavee Clinic

โปรแกรม Oligio ยกกระชับหน้า มาตรฐาน US FDA เจ็บน้อย แต่ยกจริง ที่ Issavee Clinic

โปรแกรม Oligio คือนวัตกรรมยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่ผ่านมาตรฐาน US FDA โดดเด่นเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจน ลดความหย่อนคล้อย โดยให้ความรู้สึก "เจ็บน้อยมาก" เมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นเก่า ที่ Issavee Clinic ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการประสบการณ์กว่า 12 ปี มีการสแกนชั้นผิวด้วย Ultrasound ก่อนทำทุกเคส เพื่อออกแบบการยิงแบบ Vector ให้ยกกระชับได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ราคาเริ่มต้น 19,900 บาท (300 ช็อต)

โปรแกรม Oligio คืออะไร? กลไกการทำงานที่ทำให้หน้ายกกระชับ

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อเครื่องมือยกกระชับต่างๆ แต่ Oligio (โอลิจิโอ้) คือหนึ่งในเครื่องยกกระชับที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ โดยใช้ คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ที่ความถี่ 6.78 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ซึ่งเป็นความถี่ที่เหมาะสมที่สุดในการส่งพลังงานทะลุผ่านชั้นหนังกำพร้า ให้ลงไปสร้างปฏิกิริยาความร้อน ในชั้นหนังแท้ (dermis) และชั้นไขมัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ


กลไกการทำงาน ในการยกกระชับ:

เมื่อหัวยิงสัมผัสผิว เครื่องจะส่งพลังงานความร้อนในระดับ 40-60 องศาเซลเซียส ลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นชั้นที่มีคอลลาเจนและอีลาสตินอยู่ ความร้อนนี้จะเข้าไปทำงาน 2 ขั้นตอน คือ:

1. ผลลัพธ์ทันที (Immediate Effect): ทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่ยืดหรือหย่อนคล้อย เกิดการหดตัวกลับมาตึงกระชับขึ้นทันที (เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนเราเอาสปริงที่ยืดแล้วไปผ่านความร้อนให้หดตัวกลับมาแน่นอีกครั้ง) ซึ่งมักจะเห็นผลทันทีนี้ ประมาณ 10-20% ครับ

2. ผลระยะยาว (Long-term Effect): ผลระยะยาวของ oligio เกิดจาก micro-thermal injury หรือการบาดเจ็บเล็ก ๆ ในผิว ทำให้เกิดกระบวนการซ่อมแซม และเกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ตามธรรมชาติที่เป็นระเบียบและหนาแน่นยิ่งขึ้น (Collagen Remodeling)  ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์ ผิวที่แน่นกระชับ กรอบหน้าชัดเจนขึ้น รูขุมขนเล็กลง และริ้วรอยตื้นขึ้นอย่างชัดเจนใน 1-3 เดือน

การนำพลังงานความร้อน มากระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ต้องมีระบบควบคุมความปลอดภัยที่แม่นยำ ซึ่งในอดีต เครื่องที่ยังไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เกิดความร้อนที่รุนแรงเกินไป หรือการปล่อยพลังงานตื้นเกินไป นำไปสู่ผลข้างเคียงเช่น ผิวไหม้ รอยแผลเป็น หรือทำให้ไขมันฝ่อตัว (Fat atrophy) ซึ่งโปรแกรม oligio ได้รับการออกแบบให้ขจัดความเสี่ยงเหล่านี้ออกไป โดยใช้หลายเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน

ระบบ และความปลอดภัยของ โปรแกรม Oligio


โปรแกรม oligio มีมาตรฐานความปลอดภัย และระบบที่ช่วยให้การส่งพลังงานสู่ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน ถูกต้อง และปลอดภัย ดังนี้

  1. ระบบ OSCA (Optimal Shot Control Algorithm) : เป็นระบบที่คำนวณและปรับระดับพลังงานอัตโนมัติ ไปตามตำแหน่งของผิวหนังที่มีความต้านทานไฟฟ้าต่างกัน เช่น หน้าผาก แก้ม ลำคอ รอบดวงตา ซึ่งมีความหนา มีปริมาณน้ำในผิวต่างกัน เครื่องจะทำการปรับลดพลังงานให้เหมาะสมกับตำแหน่งเหล่านี้
  2. ระบบทำความเย็น (Intelligent Cryogen Cooling System) : เพื่อให้การส่งความร้อนลงสู่ชั้นใต้ผิวหนังได้ลึก โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก จึงต้องมีระบบทำความเย็นที่ผิว โดยเครื่องจะมีการพ่นก๊าซทำความเย็นออกมาก่อนปล่อยพลังงานความร้อน ทั้ง3 จังหวะ คือ ก่อนยิง ขณะยิง และหลังยิง 
  3. ระบบเซนเซอร์ความปลอดภัย 4 ชั้น (Quadruple Safety Sensor Matrix) : ทำงานประสานกันเพื่อความปลอดภัย ทั้งการวัดความต้านทานไฟฟ้าของผิว (ปรับพลังงานให้เหมาะสม) ตรวจวัดอุณหภูมิผิว (หากสูงเกินไปเครื่องจะระงับการปล่อยพลังงาน) วัดแรงกด (หัวยิงต้องแนบสนิทกับผิว เพื่อป้องกันการไหม้) ระบบสั่นสะเทือน (เพื่อช่วยลดความเจ็บขณะทำ)
  4. โปรแกรม Oligio ผ่านมาตรฐาน US FDA และ อย.ไทย ตั้งแต่ปี 2022

ผลลัพธ์ของ โปรแกรม Oligio จากงานวิจัยทางคลินิก

ก่อนที่โปรแกรม oligio จะได้รับความเชื่อมั่นในการใช้รักษากับคนไข้ ต้องได้รับการวิจัยทางคลินิกอย่างเข้มงวด หมอจึงขอยกตัวอย่างผลลัพธ์จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูลการแพทย์ที่เชื่อถือได้ดังนี้

ผลลัพธ์เปรียบเทียบก่อนทำและหลังทำทันที / 1 เดือน / 3 เดือน / 6 เดือน


งานวิจัยทางคลินิกฉบับนี้เป็นการศึกษาติดตามผลใน อาสาสมัครชาวไทย 30 คน ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนล่างระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยใช้เครื่อง Oligio ซึ่งเป็น Monopolar Radiofrequency ทำการรักษา 1 ครั้ง แล้วติดตามผลต่อเนื่องนานถึง 6 เดือน

ผลการศึกษาพบว่า
1) ผิวและกรอบหน้ามีแนวโน้มกระชับขึ้นจริงหลังการรักษา
2) ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1, 3 และ 6 เดือน
3) ที่ 6 เดือน ยังมีผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ 86.67% ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น
4) การรักษามีความปลอดภัยดี เจ็บไม่มาก โดยคะแนนความเจ็บเฉลี่ย 3.13/10 และอาการข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นเพียงผิวแดงชั่วคราวที่หายได้เอง 

โดยสรุป งานวิจัยนี้สนับสนุนว่า Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ให้ผลแบบค่อยเป็นค่อยไป ดูเป็นธรรมชาติ และเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

Reference
Wanitphakdeedecha R, Yogya Y, Yan C, et al. Efficacy and Safety of Monopolar Radiofrequency for Treatment of Lower Facial Laxity in Asians. Dermatology and Therapy (Heidelb). 2022;12:2563–2573. doi:10.1007/s13555-022-00817-8


รูปเปรียบเทียบ แสดงผลลัพธ์การยกกระชับแก้มและกรอบหน้า


งานวิจัยทางคลินิกฉบับนี้เป็นการศึกษาแบบติดตามผลใน ผู้หญิงชาวเอเชีย 20 คน ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยรักษาด้วย Oligio monopolar radiofrequency เพียง 1 ครั้ง และติดตามผลต่อเนื่องนาน 24 สัปดาห์

ผลการศึกษาพบว่า
1) ผิวบริเวณ กรอบหน้าและร่องแก้ม ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 12 สัปดาห์ และผลยังคงอยู่ถึง 24 สัปดาห์
2) ความแน่นของผิวบริเวณแก้ม ดีขึ้นตั้งแต่ 4 สัปดาห์แรก และดีขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วงติดตามผล
3) ผู้รับการรักษาส่วนใหญ่รู้สึกว่าผิวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกหลังทำ
4) การรักษามีความปลอดภัยดี ความเจ็บต่ำมาก และไม่พบภาวะแทรกซ้อนสำคัญ 

โดยสรุป งานวิจัยนี้สนับสนุนว่า Oligio เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับผิวหน้าและเพิ่มความแน่นของผิวได้จริง โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามเวลา และให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติแบบไม่ต้องพักฟื้นนาน

Reference
Shin J, Sung Y, Jin S, et al. Efficacy and Safety of Monopolar Radiofrequency for Tightening the Skin of Aged Faces. Cosmetics. 2024;11(3):71. doi:10.3390/cosmetics11030071

 


งานวิจัยทางคลินิกฉบับนี้เป็นการศึกษาแบบติดตามผลใน ผู้ป่วยชาวเกาหลี 21 คน ที่มีปัญหา แก้มตอบและกรอบหน้าหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยรักษาด้วย monopolar radiofrequency เพียง 1 ครั้ง และติดตามผลต่อเนื่องนาน 12 สัปดาห์

ผลการศึกษาพบว่า
1) ใบหน้ามี volume เพิ่มขึ้นจริง โดยเฉพาะบริเวณ แก้มและกรอบหน้า
2) ผลลัพธ์ที่ 12 สัปดาห์ ดีกว่า 4 สัปดาห์ อย่างชัดเจน แสดงว่าผลจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา
3) ความหย่อนคล้อยของกรอบหน้า รวมถึง ร่องแก้มและร่องมุมปาก ดีขึ้นร่วมด้วย
4) ผู้รับการรักษาส่วนใหญ่พึงพอใจ และการรักษามีความปลอดภัยดี โดยผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการชั่วคราว

โดยสรุป งานวิจัยนี้สนับสนุนว่า Monopolar RF สามารถช่วยให้ใบหน้าที่ดูตอบหรือหย่อนคล้อยกลับมาดูแน่นขึ้น ยกขึ้น และสมดุลขึ้นได้แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหา แก้มตอบเล็กน้อยถึงปานกลางและกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด

Reference
Lee S, Hyun J, Shin Y, Goo BL. Efficacy and safety of a novel monopolar radiofrequency device with a continuous water-cooling system in patients with age-related facial volume loss. Journal of Dermatological Treatment. 2024;35(1):2333028. doi:10.1080/09546634.2024.2333028

สรุปใจความสำคัญจากทั้ง 3 งานวิจัย

เมื่อดูภาพรวมของหลักฐานทั้งหมด สามารถสรุปได้ว่าโปรแกรม Oligio มีจุดเด่นที่สอดคล้องกันในหลายการศึกษา คือ

  1. ช่วยให้ผิวและกรอบหน้ากระชับขึ้นจริง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  2. ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นตามเวลา ไม่ได้จบแค่วันทำ แต่มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1–6 เดือน
  3. นอกจากความกระชับ ยังมีข้อมูลสนับสนุนเรื่องความแน่นของผิว และในบางงานพบการเพิ่ม volume บริเวณแก้มและกรอบหน้า
  4. ความปลอดภัยอยู่ในระดับดี โดยอาการข้างเคียงส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราว และไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในงานวิจัยเหล่านี้

 

เช็กลิสต์: คุณเหมาะกับการทำ Oligio หรือไม่?


หลังอายุ 25-30 ปี คอลลาเจนในผิวจะเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ทั้งปริมาณ และคุณภาพ คอลลาเจนจะยืดหยุ่นน้อยลง อุ้มน้ำได้น้อยลง ส่งผลให้เกิดภาวะผิวหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยลึก แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด และคุณภาพผิวที่แย่ลง
ดังนั้นโปรแกรมนี้จะตอบโจทย์มากที่สุด หากคุณเริ่มมีปัญหาหรือความต้องการดังต่อไปนี้:

  • Skin Tightening & Lifting : ต้องการรักษาภาวะผิวหย่อนคล้อย สูญเสียความยืดหยุ่น ทั้งใบหน้า หน้าผาก แก้ม เหนียง ลำคอ 
  • Lower Face Recontouring : จัดการกับปัญหาแก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด 
  • Skin Rejuvenation : แก้ปัญหาผิว กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้  ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เรียบเนียนสม่ำเสมอขึ้น ลดขนาดรูขุมขนกว้าง
  • Wrinkle Reduction : ลดริ้วรอย ที่เป็นร่องตื้น ๆ (เรียกว่า Fine Lines) ทั้งบริเวณรอบดวงตา หางตา ใต้ตา  รอยพับหน้าผาก ร่องแก้ม หรือ ร่องข้างแก้มที่เกิดเวลายิ้ม (Accordion Lines)
  • Acne : ที่ issavee clinic หมอมีการนำโปรแกรม Oligio มาใช้รักษาสิว ในกลุ่มที่มีปัญหาสิวด้วยครับ เพราะจากงานวิจัยปัจจุบัน พบว่า การใช้เครื่องกลุ่ม mRF อย่าง oligio ช่วยปรับการทำงานของต่อมไขมัน ลดหน้ามัน ลดการอุดตันของรูขุมขน ต้นเหตุของสิวได้ครับ

จุดเด่นที่สุดของ โปรแกรม Oligio คือ เรื่องความเจ็บที่น้อยกว่า เครื่องกลุ่ม mRF ตัวอื่น ๆ ดังนั้นหมอจะเลือกใช้กับท่านที่มีความกังวลเรื่องความเจ็บ หรือกลัวเจ็บมาก ๆ หรือมีผิวที่บาง ไขมันน้อย ๆ เป็นหลักครับ ซึ่งหลายท่านก็มักสงสัยว่า ถ้าไม่เจ็บแล้วผลลัพธ์จะดีหรือ ต้องตอบว่ายังดีมากอยู่ครับ โดยเฉพาะผลลัพธ์ในการยกกระชับ การฟื้นฟูผิว แทบไม่แตกต่างกับเครื่องอื่น ๆ แต่สิ่งที่แตกต่างคือในท่านที่มีชั้นไขมันหนามาก ๆ โปรแกรม Oligio อาจลงพลังงานไม่ได้ลึกเท่าเครื่องอื่น และไม่สามารถลดไขมันได้เหมือนเครื่องอื่น ๆ ครับ 

ดังนั้นที่ issavee clinic หมอจะใช้เครื่อง ultrasound ในการตรวจสแกน ประเมินความหนาของชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน ในบางท่านก่อนครับว่า มีความลึก ความหนา มีปัญหาอะไรแค่ไหน เพื่อจะได้เลือกการรักษาให้เหมาะสมมากที่สุดครับ 

เปรียบเทียบ Oligio กับเครื่องยกกระชับอื่นๆ (Thermage FLX, xTherma)


ที่ Issavee Clinic เรามีเครื่องมือกลุ่มยกกระชับ แบ่งเป็น 2 กลุ่มครับ คือ กลุ่ม Monopolar RF (Oiligio , xTherma , Thermage FLX)  และกลุ่ม MFU (โปรแกรม ultherapy prime) ซึ่งการที่ต้องมีเครื่องหลายชนิด หลายแบบ ก็เพื่อให้แพทย์สามารถ เลือกโปรแกรมการรักษาที่เหมาะกับผิวแต่ละคนให้มากที่สุดครับ นี่คือข้อแตกต่างหลักๆ ครับ:


การเลือกเครื่องมือในการยกกระชับ ที่ issavee clinic หมอจะเลือกจากลักษณะผิว และโครงสร้างผิวโดยรวมก่อนครับ นอกจากนี้ การรักษาอาจใช้การผสมผสาน กันทั้งกลุ่ม mRF และกลุ่ม mFU เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เช่น เลือกทำ โปรแกรม Ulthera Prime ในบริเวณที่ต้องการดึงลึกถึงชั้น smas และใช้ Oligio กระตุนในชั้นไขมันและชั้นหนังแท้ และยังอาจร่วมกับการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน ให้เกิด synergistic effect ได้ผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจน การยกกระชับให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละท่านครับ

ทำไมทำ Oligio ถึง "เจ็บน้อย แต่ยกจริง"?


เมื่อเทียบกับเครื่อง mRF เครื่องอื่นๆ Oligio มีจุดเด่นที่เรื่องความสบายผิวมาก ส่วนมากคนไข้ประเมินความเจ็บที่ระดับ 2-3 จาก 10 เท่านั้น โดยมักจะบรรยายความรู้สึกว่า "รู้สึกแค่เพียงอุ่นๆ ไม่ค่อยรู้สึกจี๊ดลึกๆ เหมือนเตารีด" เหมือนเครื่องยุคก่อน

แต่ถึงอย่างนั้น ที่ Issavee Clinic เราเข้าใจความกังวลของคนไข้ หากใครที่ไวต่อความเจ็บปวดมาก เรามีออปชันเสริมเพื่อลดความเจ็บมาตรฐาน US FDA ให้เลือกใช้ครบถ้วน:

  • การแปะยาชาก่อนทำ
  • การใช้เครื่องเป่าลมเย็นช่วยขณะยิง
  • การสูด Penthrox (ยาดมสลบชนิดสูดดม)
  • การใช้ Nitrous Oxide (แก๊สหัวเราะ) เพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความเจ็บปวด

ความเชี่ยวชาญและเทคนิคเฉพาะที่ Issavee Clinic


การทำเครื่องมือแพทย์ให้เห็นผล ไม่ใช่แค่การใช้เครื่องแท้ แต่การเลือกการรักษาให้เหมาะสม และใช้เทคนิคการรักษา การยิงพลังงาน ให้เหมาะกับผิวแต่ละท่านคือหัวใจสำคัญ แพทย์ที่ Issavee Clinic เปิดคลินิกมากว่า 12 ปี มีประสบการณ์ดูแลคนไข้ทั้งงานเลเซอร์และงานฉีด (Botox, Filler, Biostimulator) และผ่านการใช้เครื่องกลุ่ม mRF อย่าง Thermage FLX มากว่า 10 ปี เราจึงมีเทคนิคเฉพาะตัว:

  • ประเมินผิวด้วย Ultrasound ก่อนทำทุกเคส: เราใช้เครื่อง Ultrasound สแกนดูความหนาของชั้น Epidermis, Dermis และชั้นไขมัน เพื่อประเมินว่าคนไข้เหมาะกับเครื่องไหนที่สุด (ถ้าไขมันน้อยหมอจะเลือก Oligio แต่ถ้าไขมันหนาหมอจะแนะนำ Thermage FLX แทน)
  • เทคนิคดึงตาม Vector: ในขั้นตอนการยิง หมอจะดึงหน้าตาม Vector เพื่อให้เกิดแรงยกจากการฟื้นฟูคอลลาเจนในแนวดึงขึ้นด้านบน
  • ปรับพลังงานและจำนวน Shot เฉพาะจุด (Customized Energy): หมอจะปรับพลังงานต่างกันในแต่ละตำแหน่ง เช่น บริเวณไขมันเยอะจะใช้พลังงานสูง บริเวณที่ต้องการเก็บไขมันไว้จะลดพลังงานลงแต่เพิ่มจำนวนช็อตแทน เพื่อผลลัพธ์ที่พอดีกับรูปหน้าคุณที่สุด

"ที่ Issavee Clinic แพทย์จะตรวจร่างกายและซักประวัติอย่างละเอียดตามมาตรฐานการแพทย์ แม้จะเป็นงานความงาม แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับเครื่องมือทุกอย่าง คนไข้ที่มาหาเรา มั่นใจได้ว่าจะได้ทำสิ่งที่ควรทำ ในเวลาและปริมาณที่เหมาะสมจริงๆ หากไม่มีความจำเป็นต้องทำ หมอก็จะแนะนำอย่างตรงไปตรงมาครับ"

ราคาโปรแกรม Oligio และจำนวน Shot ที่แนะนำ

  • Oligio 300 Shot ราคา 19,900 บาท: เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวไม่มาก ผิวบาง ไขมันน้อย (สามารถยิงครอบคลุมทั่วหน้าและลำคอ)
  • Oligio 600 Shot ราคา 29,900 บาท: เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยมากขึ้น หรือต้องการเน้นลดไขมันเฉพาะจุด เช่น แก้มและเหนียง

 

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อบูสต์คอลลาเจนให้ได้ผลสูงสุด

การยกกระชับด้วย Regenerative Aesthetic ต้องอาศัยร่างกายในการซ่อมแซมตัวเองด้วย แพทย์จึงแนะนำการดูแลดังนี้:

  • 1 สัปดาห์แรก: หลีกเลี่ยงการทาครีมผลัดเซลล์ผิวหรือก่อให้เกิดการระคายเคือง (เช่น BHA, Retinol) ทาครีมบำรุงเช้า-เย็น และกันแดด SPF 50 PA+++ อย่างสม่ำเสมอ
  • ลดความเสี่ยงรอยดำ: สำหรับคนผิวบอบบาง มีฝ้ากระ แพทย์อาจพิจารณาให้ทายาลดการอักเสบเพื่อลดโอกาสเกิด PIH (รอยดำหลังเลเซอร์)
  • โภชนาการสำคัญมาก: เพื่อให้ร่างกายมีวัตถุดิบสร้างคอลลาเจน ควรทานโปรตีนให้เพียงพอ (อย่างน้อย 1.5 g/kg ของน้ำหนักตัว), ทานวิตามินซี, แร่ธาตุ และ Hydrolyzed Collagen อย่างต่อเนื่อง

วิธีตรวจสอบเครื่อง Oligio แท้ 100% ที่ Issavee Clinic

เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจสูงสุด คุณสามารถตรวจสอบเครื่องแท้ที่คลินิกได้ด้วยตัวเองผ่าน 3 วิธี:

  1. เช็กรายชื่อคลินิก: ตรวจสอบชื่อ Issavee Clinic ได้ทางเว็บไซต์ผู้ผลิต Wontech Asia (wontech-asia.com/clinic)
  2. สติ๊กเกอร์ Authenticity: ต้องมีสติ๊กเกอร์ของแท้จากบริษัท Wontech Asia ติดอยู่ที่ตัวเครื่อง
  3. สแกน Silver Tag: สแกนสติ๊กเกอร์สีเงิน (Silver Verification Tag) บนเครื่อง ระบบจะต้องปรากฏชื่อคลินิกตรงกับสถานที่ใช้งานจริง

ทำโปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล? และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? (Timeline & Longevity)



หลายท่านมักมีคำถามว่าทำแล้วหน้าจะยกขึ้นทันทีเลยไหม? กลไกการฟื้นฟูคอลลาเจนของ Oligio จะแบ่งระยะการเห็นผลออกเป็นดังนี้ครับ:

  • หลังทำทันที (Immediate Effect): จะสังเกตเห็นว่าผิวดูแน่นและกระชับขึ้นประมาณ 10-20% ซึ่งเกิดจากการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิมเมื่อได้รับความร้อน
  • ช่วง 1-3 เดือนแรก (Peak Result): เป็นช่วงที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน (Collagen Remodeling) ผิวจะค่อยๆ แน่นฟูขึ้น รูขุมขนเล็กลง และกรอบหน้าชัดเจนที่สุด
  • ระยะเวลาของผลลัพธ์: โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ, สภาพผิวเดิม และ Lifestyle ของแต่ละบุคคล (ดังที่แพทย์ Issavee Clinic แนะนำเสมอว่า การทานโปรตีนให้ถึง 1.5 g/kg และการดูแลตัวเอง มีผลอย่างมากต่อการยืดอายุคอลลาเจน)


การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Oligio

เพื่อให้การส่งผ่านพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และปลอดภัยที่สุด ควรเตรียมตัวดังนี้:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: แนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ ก่อนมาทำหัตถการ 1-2 วัน เพราะคลื่นพลังงาน RF จะเดินทางและทำงานได้ดีมากในผิวที่มีความชุ่มชื้น
  • งดหัตถการผลัดเซลล์ผิว: งดการสครับหน้า เลเซอร์ผลัดเซลล์ผิว หรือทายากลุ่มกรด (AHA, BHA, Retinol) อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงผิวระคายเคือง
  • แจ้งประวัติสุขภาพ: ข้อนี้สำคัญมาก คลื่น Monopolar RF ห้ามทำในผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือมีโลหะฝังอยู่ในร่างกายบริเวณที่ทำ ซึ่งแพทย์ที่ Issavee Clinic จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดก่อนทำทุกเคสอยู่แล้วครับ

อาการหลังทำ และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น (What to Expect)

Oligio เป็นหัตถการที่ ไม่ต้องพักฟื้น (No Downtime) สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที แต่หลังทำอาจมีอาการปกติที่พบได้ดังนี้:

  • ผิวแดงระเรื่อ (Mild Erythema): อาจมีอาการผิวแดงหรือรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าความร้อนลงไปถึงชั้นคอลลาเจน อาการนี้จะหายไปเองใน 1-2 ชั่วโมง
  • บวมเล็กน้อย (Mild Edema): บางเคสอาจมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณกรอบหน้า ซึ่งจะค่อยๆ ยุบลงใน 1-3 วัน
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวไหม้: ด้วยระบบทำความเย็น (Cooling System) และเซนเซอร์วัดอุณหภูมิที่ทันสมัยของ Oligio ร่วมกับเทคนิคการยิงที่แพทย์ Issavee Clinic คอยประเมินและปรับพลังงานตลอดเวลา โอกาสเกิดผิวเบิร์นหรือตุ่มน้ำใสจึงแทบไม่มีเลยครับ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Oligio

Q: ทำ Oligio ร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือโบท็อกซ์ (Botox) ได้ไหม?
A: ทำร่วมกันได้ครับ แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด แพทย์มักจะแนะนำให้ทำ Oligio (เครื่องมือกลุ่มความร้อน) ก่อน แล้วค่อยฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ตาม แต่หากฉีดมาแล้ว แนะนำให้เว้นระยะประมาณ 2-4 สัปดาห์ก่อนมาทำ Oligio ครับ (แพทย์ Issavee จะเป็นผู้ประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมให้รายบุคคล)

Q: อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มทำ Oligio?
A: สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 25-30 ปีขึ้นไป (Prejuvenation) เพื่อเป็นการสะสมคอลลาเจนและป้องกันผิวหย่อนคล้อยก่อนวัย ไม่จำเป็นต้องรอให้ผิวเหี่ยวย่นแล้วค่อยทำครับ

Q: ผู้ชายทำ Oligio ได้ไหม?
A: ผู้ชายทำได้และได้รับความนิยมมากครับ เพราะโดยธรรมชาติผู้ชายจะมีชั้นผิวที่หนากว่าผู้หญิง การใช้คลื่น Monopolar RF จึงตอบโจทย์ในการกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น โดยไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้นครับ

Q: ถ้ามีปัญหาเหนียงเยอะ ไขมันแก้มเยอะ ทำ Oligio จะเห็นผลไหม?
A: หากประเมินด้วย Ultrasound แล้วพบว่ามีชั้นไขมันหนามากๆ แพทย์ Issavee Clinic อาจจะแนะนำให้ทำโปรแกรม Thermage FLX หรือ xTherma แทนครับ เพราะจะตอบโจทย์เรื่องการลด Volume ไขมันได้ดีกว่า Oligio ที่เด่นเรื่องการกระตุ้นผิวให้ตึงกระชับสำหรับคนไขมันน้อยครับ

Q: โปรแกรม Oligio สามารถทำคู่กับหัตถการอื่น (Combination Treatment) ได้ไหม?
A: ทำได้ และเหมาะกับในหลาย ๆ คนด้วยครับ! เพราะการยิงคู่ฉีดมักจะได้ผลลัพธ์ที่มากกว่าการทำอย่างเดียวแยกกัน (Synergy) ดังนี้ครับ:

  • ทำคู่กับ Skin Booster (เช่น  PN / โปรแกรม Prophylo / โปรแกรม Hydrodeluxe): เป็นกลยุทธ์ "Heat + Feed" หลังจากยิง Oligio  ผิวจะอยู่ในสภาวะที่ถูกกระตุ้นด้วยความร้อน (Heat Stress) และพร้อมสร้างคอลลาเจนสูงสุด การฉีด Skin Booster เข้าไปทันทีหรือหลังจากนั้น จะเปรียบเสมือนการป้อนสารอาหารให้โรงงานผลิตคอลลาเจนโดยตรง ช่วยให้ผิวฟู เด้ง และฉ่ำวาวขึ้นแบบก้าวกระโดด
  • ทำคู่กับ Biostimulator (โปรแกรม Radiesse / Sculptra) : มีหลายงานวิจัยในปัจจุบัน ที่แสดงให้เห็นผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนที่มากขึ้น และการฟื้นฟูผิวที่ดีขึ้น โดยหมอจะเลือกฉีด Caha หรือ PLLA ตามหลังการทำ xTherma ทันที โดยจะเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวคนไข้เป็นหลัก
  • ทำคู่กับโปรแกรม Ulthera Prime : สำหรับท่านที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในชั้นลึกมากๆ การใช้ Oligio (กระชับชั้นไขมันและหนังแท้) ร่วมกับโปรแกรม Ulthera Prime (ดึงชั้น SMAS) จะให้ผลลัพธ์แบบ Full Face Lifting ที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ
     

 

 

ติดต่อเรา/ปรึกษาแพทย์