แขนแบบไหนเหมาะกับการดูดไขมัน

ดูดไขมันต้นแขน​

 

1.แขนใหญ่เพราะไขมันล้วน ๆ ผิวหนังก็ยังเต่งตึง กระชับดี

ลักษณะนี้ เหมาะกับการดูดไขมันที่แขนมากสุด เพราะจะได้ผลลัพธ์ที่ดี ผิวหนังหลังดูดจะกระชับจนแขนได้รูปทรงที่สวยงาม บางคนอาจสงสัยว่า ที่เห็นย้อยที่แขนนั้นเป็นไขมันหรือเปล่า ก็ลองบีบดูในท่ายกแขน 90 องศาเลยครับ ถ้าจับได้หนา ๆ ก็ใช่อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องให้คุณหมอช่วยประเมินก่อนนะครับ

 

2.มีไขมันมากที่ต้นแขน แต่มีกล้ามเนื้อมาก

ลักษณะแบบนี้มักจะเป็นคนที่โดยโครงสร้างแล้วมีกระดูกหรือกล้ามเนื้อที่ใหญ่(หรือกล้ามเนื้อที่ขาดความกระชับ) ร่วมกับมีไขมันมาก มักจะดูดแล้วให้ผลดี แต่อาจจะไม่ได้เล็กมาก ๆ เหมือนกับคนที่มีกล้ามเนื้อน้อย (แต่ก็สวยแบบเฟิร์ม ๆ ได้นะครับ)

 

3.ผิวหนังที่หย่อน ขาดความยืดหยุ่น

ในกลุ่มนี้มักจะมีแขนใหญ่ร่วมกับ มีผิวหนังที่หย่อนมาก สูญเสียความยืดหยุ่นไปแล้ว จะสังเกตว่าผิวหนังจะมีลักษณะเหี่ยว เป็นผิวส้ม จับแล้วไม่มีความยืดหยุ่น มักพบในคนที่อายุมาก หรืออ้วนมาก หรือลดน้ำหนักมามาก ๆ ประเภทนี้จะไม่เหมาะกับการดูดไขมัน หรือถ้าดูดไปก็อาจจะต้องผ่าตัดกระชับผิวร่วมด้วย

 

4.อ้วนทั้งตัว แขนก็ใหญ่ด้วย

ในกลุ่มนี้ จะมีรูปร่างอ้วนหรือ BMI มากเกินไป เป็นชนิดที่ไม่เหมาะกับการดูดไขมันนัก เพราะว่าถ้ามีไขมันสะสมมากจนแขนกลมใหญ่ไปทั้งแขนแล้วล่ะก็ การดูดไขมันออกมามักจะไม่สวย เพราะว่าไขมันบริเวณหน้าแขนนั้น ไม่สามารถดูดได้ ดูดได้แต่ด้านล่างสุดท้ายดูดออกมาแขนอาจจะดูไม่สมส่วนกับส่วนอื่น ๆ ของร่างกายด้วย

 

ตำแหน่งแผลดูดไขมันต้นแขน

เรื่องแผลเป็นถือว่าเป็นผลข้างเคียงสำคัญอย่างหนึ่งของการดูดไขมันบริเวณนี้ เพราะว่าถ้าหลาย ๆ คนดูดไขมันไปก็อยากจะใส่แขนกุด โชว์แขนสวย ๆ แต่มีแผลเป็นใหญ่ ๆ ก็คงเซ็งอยู่เหมือนกัน ซึ่งทางคลินิคเราก็จะให้ความสำคัญเรื่องนี้มากเช่นกัน ในการลงแผลผ่าตัดบริเวณแขน สามารถลงได้สองตำแหน่งคือ 1. บริเวณของข้อศอก บริเวณรอยย่นข้อศอก 2. บริเวณรักแร้

 

 

การดูแลหลังผ่าตัดดูดไขมัน

การดูดไขมันบริเวณแขน ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างเจ็บน้อย เมื่อเทียบกับบริเวณอื่น และการดูแลก็ค่อนข้างง่ายกว่าบริเวณอื่นมาก แต่จากประสบการณ์ของหมอคนไข้มักจะมีคำถามกังวลดังนี้

1.การรัดผ้ายืด

หลังผ่าตัดแพทย์จะทำการรัดผ้าบริเวณที่ทำการดูด ซึ่งการรัดนั้นไม่ควรจะแน่นมาก หรือหลวมมากเกินไป (ถ้ารัดแล้วมีอาการบวมมากบริเวณมือหรือแขนแสดงว่าที่รัดแน่นมากเกินไป) ซึ่งที่รัดที่แน่นมากอาจทำให้เกิดแผลกดทับบริเวณรักแร้ได้
ถ้าเป็นไปได้ในช่วงแรกควรเลือกที่รัดที่ยาวจนถึงข้อมือเพิ่มลดอาการบวมที่อาจเกิดขึ้น สำหรับระยะเวลานั้น ควรรัดอย่างต่อเนื่อง โดยรัด 22-24 ชม ในช่วงเดือนแรก (ถอดได้วันละสอง ชม.) และรัดอย่างน้อย 12 ชั่วโมง ในช่วงเดือนที่สองเป็นต้นไป ถ้าเป็นไปได้ควรรัดต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อความกระชับของผิวหนัง

2.อาการบวมช้ำ

หลังการผ่าตัดในช่วง อาทิตย์แรก มักมีอาการเขียวช้ำ ให้ประคบเย็นในช่วง 48 ชั่วโมงแรก และประคบอุ่นหลังจากนั้น ยังไม่ควรนวดจนกว่าจะหายเจ็บ หรือเข้าสัปดาห์ที่ 6 โดยทั่วไปหลังดูดไขมัน แขนจะมีอาการบวมลดลงเรื่อยๆ แต่ถ้าแขนบวมมากขึ้น บริเวณที่ดูด หรือรู้สึกว่ามีก้อนน้ำอยู่ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะในบางกรณีอาจจะต้องเจาะดูดน้ำที่ค้างอยู่ออก(พบได้น้อย)

3.การดูแลแผล

ควรทำแผลทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ไม่ควรให้แผลโดนน้ำ ถ้าจำเป็นควรใช้พลาสเตอร์ชนิดกันน้ำ และทำแผลใหม่ทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำ ห้ามปล่อยให้แผลชื้น เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

4.การออกกำลังกาย

คนไข้สามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ทันทีหลังทำ แต่สำหรับการออกกำลังกาย ควรรออย่างน้อย 3 อาทิตย์ หรือให้แขนลดอาการปวดระบมลงก่อน

 

อย่างไรก็ตามก่อนการรับการรักษา ควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ ปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถาม และรับข้อมูลที่จำเป็นก่อนการผ่าตัดครับ

ติดต่อเรา/ปรึกษาแพทย์