ดูดไขมันหน้าท้องรีวิวจริงจากคนเคยทำ! ดูดไขมันหน้าท้องเจ็บไหม? เห็นผลแค่ไหน?

หลายคนที่กำลังสนใจการดูดไขมันท้องอาจมีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูดไขมันหน้าท้อง เช่น "ดูดไขมันหน้าท้องเจ็บไหม?" "ดูดไขมันหน้าท้องเห็นผลจริงไหม?" และ "ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?" การดูดไขมันหน้าท้องเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากสามารถช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินที่ลดยากได้เห็นผลลัพธ์ทันที ในบทความนี้ หมอจะอธิบายทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูดไขมันท้อง และรีวิวจากคนที่เคยดูดไขมันหน้าท้องจริง พร้อมทั้งแชร์ประสบการณ์แบบละเอียด เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจครับ

หัวข้อที่น่าสนใจรีวิวดูดไขมันหน้าท้อง

 

ดูดไขมันท้องคืออะไร? ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?


การดูดไขมันท้องเป็นการศัลยกรรมที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องที่ลดยากจากการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย โดยใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น VASER, PAL, BodyTite และ BODYJET ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การดูดไขมันมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น เทคนิคเหล่านี้ช่วยให้ไขมันถูกดูดออกไปได้อย่างเรียบเนียน ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อ และกระชับผิวไปพร้อมกัน ทำให้หน้าท้องแบนราบและกระชับขึ้น

ดูดไขมันท้องมีกี่แบบ? เลือกเทคนิคไหนดี?

มีเทคนิคหลากหลายซึ่งขึ้นอยู่กับแพทย์จะเลือกใช้คลินิกไหน ซึ่งโดยทั่วไปจะมี 4 เทคนิคที่เลือกใช้กันครับ 

  • VASER Liposuction: ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ช่วยสลายไขมัน ทำให้สามารถดูดไขมันออกได้ง่ายขึ้น ลดอาการบวมช้ำ และเหมาะกับการดูดไขมันในปริมาณมากเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ เห็นผลและปลอดภัย
  • PAL (Power-Assisted Liposuction): ใช้แรงสั่นสะเทือนช่วยให้ดูดไขมันออกได้ง่ายขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เร็วและลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืด
  • BodyTite เป็นเทคนิคที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ควบคู่กับการดูดไขมัน ทำให้สามารถกระชับผิวหนังได้พร้อมกันในระหว่างที่กำจัดไขมันออกจากร่างกาย วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังการดูดไขมัน แต่ข้อเสียคือใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าปกติ เนื่องจากการใช้พลังงานความร้อนอาจทำให้มีอาการบวมได้นานกว่าวิธีอื่น
  • BodyJet เป็นเทคนิคที่ใช้พลังงานแรงดันน้ำเกลือช่วยกระจายตัวของไขมัน ทำให้ไขมันถูกกำจัดออกได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือไม่ช่วยเรื่องความกระชับของผิว เซลล์ไขมันจะยังคงอยู่ค่อนข้างมาก

 

ดูดไขมันท้องเจ็บไหม? ความรู้สึกระหว่างทำและหลังทำ

หลายคนกังวลว่าการดูดไขมันจะเจ็บมากหรือไม่ จริง ๆ แล้วการดูดไขมันใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบแบบอ่อน ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ต้องการดูด หลังทำอาจมีอาการตึง ๆ และปวดเล็กน้อยคล้ายอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อในช่วง 1-2 วันแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์แนะนำ อาการบวมและช้ำมักลดลงภายใน 2-3 สัปดาห์

ดูดไขมันท้องเห็นผลจริงไหม? ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?

ผลลัพธ์ของการดูดไขมันท้องสามารถเห็นได้ชัดเจนในช่วง 1-3 เดือนแรก เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาปรับตัวและกำจัดของเหลวที่ค้างอยู่บริเวณที่ดูดไขมัน ผลลัพธ์สุดท้ายจะเริ่มเห็นชัดเจนในช่วง 3-6 เดือนหลังทำ ซึ่งหน้าท้องจะดูกระชับขึ้น และไขมันส่วนเกินจะถูกกำจัดออกไปอย่างถาวรหากดูแลตัวเองดี

รีวิวดูดไขมันท้อง : คุณเอมิลี่  Influencer 105K followers!!


เอมิลี่เป็นคนอวบๆ ชอบรูปร่างตัวเองที่มีเนื้อ แต่อยากให้มีสัดส่วนความโค้งว้าวมากขึ้น  แต่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง และรอบเอว ก็ทำให้ดูตัน ไม่มั่นใจ ไม่กล้าโชว์หน้าท้อง แต่งตัวไม่สวยเหมือนเดิม ลองควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วแต่ก็ยังลดไขมันส่วนนี้ไม่ได้ เลยตัดสินใจเข้าปรึกษาดูดไขมันหน้าท้องกับคุณหมอบาสที่ Issavee Clinic ค่ะ 


ตอนมาปรึกษาคุณหมอ ค่อนข้างกังวลมากเรื่องความเจ็บและผลลัพธ์หลังทำและผลลัพธ์ในระยะยาวและผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่คุณหมอบาสให้ข้อมูลละเอียดมาก รวมถึงอธิบายขั้นตอนการรักษา ขั้นตอนการทำและวิธีดูแลตัวเองหลังทำ ทำให้เอมิลี่มั่นใจมากขึ้นและตัดสินใจดูดไขมันหน้าท้องกับคุณหมอบาสค่ะ

ระหว่างทำ เอมิลี่ไม่รู้สึกเจ็บเลยค่ะเพราะใช้เทคนิคยาชาเฉพาะที่  ไม่ได้ใช้ยาสลบเลย จะเจ็บตอนฉีดยาชา พอมีการกระจายยาชาเข้าไปในบริเวณที่จะทำการดูดค่ะ หน้าท้องเป็นตำแหน่งที่เจ็บสุด เมื่อเทียบกับตอนดูดแขน และดูดเหนียง คือไม่เจ็บเลยค่ะ เอ็มเลยใช้การสูดแพนทร็อคเป็นตัวช่วยบรรเทาความเจ็บ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น หลังทำมีอาการบวมและตึงเล็กน้อยแต่ยังใช้ชีวิตปกติได้ เข้ามาทำแผลฉายแสงลดบวม พี่ๆเจ้าหน้าที่ก็น่ารักมาก และคุณหมอแนะนำใส่ชุดยดดระชับไว้เพื่อให้กระชับและผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง ชอบหุ่นตัวเองมาก  ผ่านไป 1 เดือน หน้าท้องแบนราบขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอาการบวมลดลง ใส่เสื้อผ้าอะไรก็มั่นใจขึ้นมาก


ดูรีวิวฉบับเต็มได้ที่ https://www.facebook.com/groups/306992794886752/permalink/361351969450834/?mibextid=oFDknk&rdid=kbF52l44uYfyLcOe#

ตอนนี้ผ่านมา 2 ปีแล้ว ผลลัพธ์ยังคงอยู่ ไขมันที่ดูดออกไปไม่กลับมาอีก เพราะฉันดูแลตัวเองตามคำแนะนำของคุณหมอ ควบคุมอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำ รู้สึกดีมากที่ตัดสินใจทำตั้งแต่ตอนนั้น

รีวิวดูดไขมันท้องจากโมเดิร์น Influencers เปลี่ยนหุ่นให้มั่นใจมากขึ้นด้วยการดูดไขมัน


โมเดิร์นเป็นอีกคนที่พยายามลดไขมันหน้าท้องด้วยการออกกำลังกาย แบบสายเต้น ดาวติ๊กต็อก อยากจะโชว์เอว และความพริ้วของเอว แต่ยังมีไขมันสะสมบางส่วนที่ลดยากทำให้ไม่มั่นใจเลิกใส่เอวลอยไปเลยค่ะ โมเดิร์นจึงตัดสินใจดูดไขมันท้องกับคุณหมอบาสที่ Issavee Clinic ตอนแรกมีความกังวลหลายอย่าง เช่น กลัวผลลัพธ์ผิวเป็นคลื่นไม่เรียบเนียน กลัวกลับมามีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องอีก แต่หลังจากปรึกษาคุณหมอบาสที่ให้คำแนะนำละเอียดมาก โมเดิร์นจึงมั่นใจขึ้นและตัดสินใจทำเลยค่ะ 


ระหว่างทำโมเดิร์นชิวมาก ๆ เลยค่ะ เพราะเลือกเทคนิคดมยาสลบไปเลย  ตอนแรกรู้สึกกลัวเจ็บมาก พอทำจริง ๆ ตื่นมาก็เสร็จแล้ว สบายมากค่ะ หลังทำเสร็จมีความรู้สึกตึง ๆ เพียงเล็กน้อยแต่ไม่เจ็บมากค่ะ ดูแลง่ายกว่าดูดไขมันแขนหรือขาอีกค่ะ เพราะบริเวณท้องไม่เจ็บเลย แต่อาจจะมีอาการบวมเล็กน้อยและหลังทำต้องใส่ชุดกระชับตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงแรก พอครบ 1 เดือน หน้าท้องเริ่มเข้ารูปและดูกระชับขึ้นมากเริ่มกลับมาใส่เอวลอยได้เหมือนเพื่อน ๆ แล้วค่ะ


ผ่านไป 4 เดือนผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น ใส่เสื้อผ้าอะไรก็มั่นใจขึ้นกว่าเดิม โมเดิร์นเห็นชัดเลยว่าผลลัพธ์ชัดมากขึ้นค่ะหน้าท้องแบนราบและไม่เป็นคลื่นเลยค่ะ หมดกังวลเรื่องผิวเป้นคลื่นและไขมันไม่กลับมาอีกแน่นอนการตัดสินใจที่ถูกต้องมากคุณหมอบาสใส่ใจ และมีพี่ ๆ ทีม After Care ติดตามอัปเดตอาการกันตลอดเลยค่ะประทับใจมาก ๆ 

ดูดไขมันท้องต้องพักฟื้นนานไหม? ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร?

หลังทำควร ใส่ชุดกระชับ 4-6 สัปดาห์เพื่อช่วยให้ผิวเข้าที่ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก 1 เดือน และดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดอาการบวม อาการช้ำจะลดลงภายใน 2-3 สัปดาห์

ไขมันที่ดูดออกไปแล้วจะกลับมาอีกไหม?

ไขมันที่ถูกดูดออกไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาในบริเวณเดิมได้อีก เนื่องจากเซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดออกไปจะไม่งอกใหม่ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ไขมันอาจไปสะสมในบริเวณอื่นของร่างกายแทน เช่น ต้นขา ต้นแขน หลัง ดังนั้น หลังจากดูดไขมัน ควรดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ดีและออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อรักษารูปร่างให้คงอยู่ในระยะยาว

ควรดูดไขมันอย่างเดียว หรือทำโปรแกรม J Plasma ร่วมด้วย?

หากคุณเคยมีน้ำหนักเกินมาก่อน หรือเคยผ่านการตั้งครรภ์ ผิวหนังอาจมีความหย่อนคล้อยหลังจากดูดไขมัน การทำโปรแกรม J Plasma ควบคู่กับการดูดไขมันสามารถช่วยให้ผิวกระชับขึ้นโดยไม่ต้องทำหัตถการหลายรอบ ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและไม่หย่อนคล้อย โดยโปรแกรม J Plasma ใช้พลังงาน พลาสมาเย็น (Cold Plasma) ที่ช่วยกระชับผิวหนังจากภายในโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

ข้อดีของการทำโปรแกรม J Plasma ร่วมกับการดูดไขมัน 

  • ช่วยกระชับผิว ไม่ให้หย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน
  • ลดรอยย่นและความไม่เรียบของผิวหนัง
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์
  • ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

แพทย์จะแนะนำว่าเหมาะกับการทำโปรแกรม  J Plasma หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการของคุณ หากต้องการผลลัพธ์ที่กระชับและเรียบเนียนมากขึ้น ควรพิจารณาทำควบคู่กับการดูดไขมันเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาที่ดีที่สุดครับ

ดูดไขมันหน้าท้องราคาเท่าไหร่ ?

ราคาการดูดไขมันหน้าท้องอาจแตกต่างกันไปด้วยปัจจัยต่าง ๆ  เช่น เทคนิคที่ใช้ ปริมาณไขมันที่ต้องดูดออก สถานที่ตั้งของคลินิก และความเชี่ยวชาญของแพทย์ โดยทั่วไป ราคาสำหรับการดูดไขมันหน้าท้องในประเทศไทยจะอยู่ในช่วง 30,000 - 150,000 บาท หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาที่กังวลของแต่ละเคสครับ

 

ทีมแพทย์ดูดไขมัน Issavee Clinic

ติดต่อเรา/ปรึกษาแพทย์