ลดเหนียงได้จริงไหม? วิธีลดเหนียงและยกกระชับกรอบหน้าให้เห็นผล

หลายคนมักประสบปัญหาหน้าไม่กระชับ หรือการสะสมไขมันบริเวณใต้คางที่ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน การมี เหนียง หรือไขมันสะสมที่คางทำให้บางคนรู้สึกขาดความมั่นใจ การลดเหนียงจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่การจะลดเหนียงให้เห็นผลและปลอดภัยนั้น จำเป็นต้องเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับลักษณะปัญหาของแต่ละคนค่ะ

หัวข้อที่น่าสนใจ

เหนียงเกิดจากอะไร ?

เหนียง หรือไขมันที่สะสมบริเวณใต้คาง เป็นปัญหาที่หลายคนมักพบเจอ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุดังนี้ค่ะ

1. การสะสมไขมันส่วนเกิน

เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด เหนียง โดยเฉพาะในบริเวณใต้คาง เมื่อร่างกายมีการสะสมพลังงานส่วนเกินจากอาหารที่ทานเข้าไป ไขมันจะถูกเก็บในเซลล์ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังในหลายส่วนของร่างกาย รวมถึงบริเวณใต้คาง ซึ่งการสะสมไขมันในบริเวณนี้ทำให้เกิด เหนียง ขึ้น

2. การรับประทานอาหาร

การมีเหนียงอาจเกี่ยวกับพฤติกรรมการทานอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลมากเกินไป หรือการขาดการออกกำลังกาย

3. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิงมีบทบาทสำคัญในการกระจายไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน เช่น หลังคลอด หรือในช่วงวัยทอง (Menopause) ที่การลดลงของฮอร์โมน ในผู้หญิงบางคนที่มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรวดเร็วหรือไม่สมดุล อาจทำให้การสะสมไขมันใต้คางเกิดขึ้นมากขึ้น

4. พันธุกรรม

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เกิด เหนียง บางคนอาจมียีนที่ทำให้ร่างกายสะสมไขมันในบริเวณใต้คางมากกว่าคนอื่น ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้แม้จะรักษารูปร่างด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร หากในครอบครัวมีคนที่มีปัญหาการสะสมไขมันใต้คาง ผู้ที่มียีนเดียวกันก็อาจมีโอกาสเกิดเหนียงได้เช่นกัน

5. อายุที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การหย่อนคล้อยของผิว เป็นธรรมชาติของร่างกาย เนื่องจาก คอลลาเจน และ อีลาสติน ในผิวหนังที่มีบทบาทในการรักษาความยืดหยุ่นจะลดลง ทำให้ผิวที่เคยยืดหยุ่นกลับหย่อนคล้อย การสูญเสียความยืดหยุ่นนี้อาจทำให้เกิดเหนียง หรือผิวหนังที่หย่อนคล้อยใต้คาง ผู้สูงอายุมักพบปัญหาผิวหนังใต้คางที่ไม่กระชับและย้อยลง ซึ่งเป็นผลจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและการลดลงของไขมันใต้ผิว

6. การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

เมื่อมีการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการลดน้ำหนักมากๆ ภายในระยะเวลาอันสั้น ร่างกายอาจไม่สามารถปรับตัวได้ทัน การสูญเสียไขมันในร่างกายอาจทำให้ผิวที่เคยขยายออกจากไขมันไม่สามารถหดกลับได้ทัน ซึ่งทำให้เกิดการหย่อนคล้อยบริเวณ เหนียง ได้

7. ท่าทางการใช้งานกล้ามเนื้อหน้า

โดยปกติจะมีการแสดงท่าทางการใช้งานกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าผิดๆ เช่น การโน้มหน้าลงหรือลากคางไปข้างหน้าเป็นประจำ ก็สามารถทำให้เกิดการสะสมไขมันบริเวณใต้คางได้

วิธีลดเหนียงและยกกระชับกรอบหน้าที่เห็นผล

1. การปรับพฤติกรรมการทานอาหารและการออกกำลังกาย

การควบคุมอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง รวมถึงการเพิ่มการออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน เช่น การทำคาร์ดิโอและการออกกำลังกายที่เน้นการกระชับร่างกายจะช่วยให้ไขมันสะสมที่ใต้คางลดลงและทำให้กรอบหน้าดูเรียวขึ้นได้ค่ะ

2. การนวดหน้าและโยคะหน้า (Face Yoga)

การนวดหน้า หรือ โยคะหน้า เป็นวิธีธรรมชาติที่สามารถช่วยให้ผิวบริเวณใต้คางกระชับขึ้น การทำโยคะหน้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า ท่าโยคะหน้า เช่น การยืดคางหรือการนวดที่ช่วยกระชับผิวใต้คางเป็นการฝึกที่สามารถทำได้ทุกวันเพื่อกระตุ้นผิวให้ยืดหยุ่นและลดการหย่อนคล้อยซึ่งสามารถลดการสะสมไขมันที่บริเวณเหนียงได้

3. การใช้ครีมบำรุงผิว

การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ คอลลาเจน และ คาเฟอีน ที่ช่วยกระชับผิวใต้คาง การทาครีมบำรุงที่มีคุณสมบัติเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังช่วยทำให้ผิวกระชับและลดการหย่อนคล้อยของผิวและครีมบำรุงที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันมะพร้าว หรือวิตามินซี ก็ช่วยให้ผิวใต้คางดูกระชับขึ้นและลดความหย่อนคล้อย

4. ยกกระชับเหนียงด้วยเทคโนโลยีไม่ต้องผ่าตัด

เทคโนโลยีที่ใช้เพื่อลดไขมันใต้คาง (เหนียง) และยกกระชับผิว มีให้เลือกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับระดับไขมัน ปัญหาผิว และความหย่อนคล้อยของแต่ละคน

4.1 HIFU / Ultherapy – ยกเหนียงด้วยคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง

  • คลื่นพลังงานโฟกัสลึกถึงชั้น SMAS
  • ช่วยยกกระชับผิว + สลายไขมันตื้นใต้คาง
  • เหมาะกับคนที่เหนียงไม่เยอะ ผิวยังไม่ย้วยมาก
  • เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น

4.2 RF Thermage / Oligio – กระชับเหนียงด้วยคลื่นวิทยุ

  • คลื่น RF ลงลึกทั่วผิว → กระตุ้นคอลลาเจน+หดผิวหย่อน
  • ผิวคางตึงขึ้นภายใน 1 เดือน และดีขึ้นต่อเนื่อง
  • เหมาะกับผิวใต้คางหย่อนแต่ไม่อยากผ่าตัดหรือดูดไขมัน

4.3 Microneedle RF – กระชับเหนียงด้วยเข็ม+พลังงาน

เช่น Morpheus8, Sylfirm X, Secret RF

  • ส่งพลังงาน RF ผ่านเข็มขนาดเล็กถึงชั้นลึก
  • เหมาะกับผู้มีเหนียง + ผิวบาง + ผิวไม่เรียบ
  • ลดไขมันใต้คาง + ยกผิว + ฟื้นฟู texture

4.4 Endolift เหนียง – เลเซอร์ละลายไขมัน + กระชับกรอบหน้า

  • เลเซอร์ผ่านเส้นใยบางมาก ละลายไขมันใต้คางโดยไม่ดูด
  • กระชับผิวพร้อมกรอบหน้าคมขึ้น
  • ไม่มีแผลเปิดใหญ่ ฟื้นตัวไว เห็นผลไวใน 1–3 เดือน

5. การดูดไขมันเหนียง (Chin Liposuction)

การ ดูดไขมันเหนียง (Chin Liposuction) เป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้ในการกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่บริเวณใต้คางหรือเหนียง ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุที่ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจนและทำให้ใบหน้าดูอวบขึ้น การ ดูดไขมันเหนียง ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ปลอดภัยและเห็นผลได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้การผ่าตัดใหญ่และมีระยะเวลาฟื้นตัวที่สั้น

ในการทำ ดูดไขมันเหนียง แพทย์จะใช้เทคนิคต่างๆ เช่น Ultrasound-assisted Liposuction (UAL) หรือ Vaser Liposuction ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยสลายไขมันให้เป็นของเหลว ก่อนจะดูดออกจากร่างกายผ่านท่อขนาดเล็กที่เรียกว่า cannula ข้อดีของการใช้เทคนิคเหล่านี้คือ ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อบริเวณผิวหนังและกระตุ้นการหดตัวของผิวให้กระชับขึ้นหลังจากการดูดไขมัน

ดูดไขมันเหนียงพร้อมยกกระชับที่ Issavee Clinic


การดูดไขมันเหนียง เป็นหนึ่งในวิธีการที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาคางสองชั้นหรือเหนียงที่ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน แต่การเลือกคลินิกและเทคนิคที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ที่ Issavee Clinic เรามี เทคนิคเฉพาะ DPL NeckLift ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหนียงและกรอบหน้า วิเคราะห์ปัญหาเฉพาะคนพร้อมทั้งเน้นผลลัพธ์ที่ธรรมชาติและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนค่ะ

1. เทคนิค DPL NeckLift ดูดไขมันพร้อมยกกระชับออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล 


ที่ Issavee Clinic เราใช้ เทคนิค DPL NeckLift ซึ่งเป็นการผสมผสานการดูดไขมันบริเวณเหนียงและกรอบหน้า พร้อมกับการเย็บยกกระชับกล้ามเนื้อคอโดยเปิดแผลเพียงจุดเดียว แก้ปัญหาตั้งแต่ ไขมันใต้ผิวหนัง, ไขมันชั้นลึก, กล้ามเนื้อ และ ผิวหนังหย่อนคล้อย โดยสามารถรักษาปัญหาหลายๆ ด้านในครั้งเดียว ซึ่งทำให้ผลลัพธ์เห็นผลได้ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

2. การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

เราใช้ Ultrasound-assisted Liposuction (UAL) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสลายไขมันอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้ผิวกระชับขึ้น โดยไม่ทำให้ผิวหย่อนคล้อยหรือเกิดรอยแผลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีเทคนิค Tumescent Hydrodissection ที่ช่วยให้การดูดไขมันเป็นไปอย่างปลอดภัย และสามารถเกลี่ยไขมันออกได้อย่างเรียบเนียน

3. การประเมินและวางแผนการรักษาที่ละเอียด

ก่อนทำการดูดไขมันเหนียงและกรอบหน้า ทีมแพทย์ที่ Issavee Clinic จะทำการประเมินสภาพผิวและไขมันของคุณอย่างละเอียด เพื่อตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด สำหรับแต่ละบุคคล เช่น การเย็บกระชับกล้ามเนื้อคอ (Platysma), การตัดไขมันชั้นลึกใต้กล้ามเนื้อ หรือการเสริมคางในกรณีที่จำเป็น

4. ผลลัพธ์ที่ธรรมชาติและเห็นผลชัดเจน

เนื่องจากการ ดูดไขมันเหนียง ที่ Issavee Clinic ใช้เทคนิค DPL NeckLift ที่เน้นการปรับรูปหน้าอย่างละเอียด ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเรียวและเป็นธรรมชาติ ไม่มีการดึงรั้งผิว ทำให้ไม่เกิดการเหี่ยวย่นหรือคลื่นบนผิวหนังหลังการรักษา อีกทั้งยังช่วยให้การ กรอบหน้า ดูชัดเจนขึ้นและ คอ ดูกระชับมากขึ้น

5. การฟื้นตัวที่เร็วและแผลมีขนาดเล็ก

หลังจากการรักษา DPL NeckLift ที่ Issavee Clinic คุณสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ภายใน 2-3 วัน และไม่ต้องกังวลเรื่องแผลใหญ่ เพราะเราจะใช้แผลเล็กๆ ใต้คางเท่านั้น ซึ่งทำให้มีโอกาสเกิดแผลเป็นน้อยมาก

รีวิวดูดไขมันเหนียงและยกกระชับด้วยเทคนิค DPL Necklift

 

 

 

 

 

 

สรุปการตัดสินใจเลือกลดไขมันเหนียงที่เหมาะสมที่สุด

เหนียงที่เกิดจากไขมันส่วนเกินใต้คาง การดูดไขมันเหนียงถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากสามารถลดไขมันที่สะสมในบริเวณนี้ได้เห็นผลชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและเห็นผลรวดเร็ว ในกรณีที่มีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยหลังจากการลดไขมัน การ ยกกระชับเหนียง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น HIFU, Thermage หรือ Ultherapy จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและกระชับบริเวณเหนียงได้อย่างชัดเจน เทคโนโลยีเหล่านี้ใช้คลื่นเสียงหรือคลื่นวิทยุในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวกระชับและเรียบเนียนขึ้น

ในบางกรณีที่มีไขมันสะสมมากและผิวหนังยังคงมีความยืดหยุ่นดี การดูดไขมันเหนียง เพียงอย่างเดียวก็อาจจะเพียงพอในการแก้ไขปัญหาได้ทันที โดยไม่ต้องใช้วิธีการยกกระชับเพิ่มเติม แต่หากผิวเริ่มหย่อนคล้อยหรือมีการสูญเสียความยืดหยุ่นไปแล้ว การรวมเทคนิคดูดไขมันกับการยกกระชับผิว หรือการใช้ HIFU, Thermage หรือ Ultherapy ร่วมด้วยจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 

การเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิว ความหย่อนคล้อย และปริมาณไขมันสะสม ดังนั้น การปรึกษาแพทย์เพื่อให้ทำการประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและตรงกับความต้องการของคุณค่ะ
 

ติดต่อเรา/ปรึกษาแพทย์