10 ข้อควรรู้ก่อนดูดไขมันทั้งตัว รีวิวก่อน-หลังทำดูดไขมันทั้งตัว
การดูดไขมันทั้งตัว เป็นวิธีการปรับรูปร่างที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมในหลายบริเวณของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก หรือแขน ซึ่งไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการออกกำลังกายหรือการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว การดูดไขมันทั้งตัวช่วยให้คุณสามารถลดไขมันในจุดที่ต้องการได้ในครั้งเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างให้สมส่วนและมีเวลาพักฟื้นที่จำกัด
ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า การดูดไขมันทั้งตัว จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ช่วยปรับรูปร่างได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หลายคนยังคงมีคำถามเกี่ยวกับกระบวนการ ความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย และการดูแลหลังการดูดไขมัน
ในบทความนี้อธิบายถึง 10 ข้อที่ควรรู้ก่อนดูดไขมัน รู้จักทุกแง่มุมของ การดูดไขมันทั้งตัว ตั้งแต่ว่าเหมาะกับใคร ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง รวมถึงคำถามที่หลายคนสงสัย เช่น การดูดไขมันทั้งตัวอันตรายหรือไม่ และต้องพักฟื้นนานแค่ไหน ขั้นตอนการทำ ไปจนถึงราคาและคำแนะนำในการเลือกคลินิกที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด หมอจะมาตอบครบทุกข้อสงสัยครับ
หัวข้อที่น่าสนใจในการดูดไขมัน
- การดูดไขมันทั้งตัวคืออะไร?
- การดูดไขมันทั้งตัวเหมาะกับใคร? ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง?
- ดูดไขมันทั้งตัว อันตรายไหม?
- ดูดไขมันทั้งตัวมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
- ดูดไขมันทั้งตัวเจ็บไหม? ต้องพักฟื้นกี่วัน?
- ดูดไขมันทั้งตัว ราคาเท่าไหร่?
- ดูดไขมันทั้งตัวที่ไหนดี? วิธีเลือกคลินิกที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
- ดูดไขมันทั้งตัวที่ Issavee Clinic
- ขั้นตอนการดูดไขมันทั้งตัว
- รีวิวการดูดไขมันทั้งตัว ก่อนทำ - หลังทำ
ดูดไขมันทั้งตัว (Full Body Liposuction) คืออะไร ?
การดูดไขมันทั้งตัว (Full Body Liposuction) เป็นการศัลยกรรมเพื่อกำจัดไขมันสะสมส่วนเกินในหลาย ๆ บริเวณของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก และหลัง โดยสิ่งที่แพทย์ต้องคำนึงเป็นหลัก คือ ปริมาณไขมันที่จะดูดออกมา ต้องไม่ดูดไขมันปริมาณมากเกินไป (>5ลิตร) ที่ทางการแพทย์เรียกว่า ดูดไขมันปริมานมาก(Large Volume Liposuction)
หมอขอ อธิบาย ความแตกต่างของการ ดูดไขมันทั้งตัว (Full body liposuction) และ ดูดไขมันปริมาณมาก (Massive liposuction) ดังนี้ครับ
1. การดูดไขมันทั้งตัว (Full body liposuction)
เป็นการดูดไขมันจากหลายๆ พื้นที่ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง, ต้นขา, สะโพก, หลัง, ต้นแขน หรือพื้นที่อื่นๆ ซึ่งมักจะทำเพื่อปรับรูปร่างให้ดูดีขึ้น โดยทั่วไปจะไม่ดูดไขมันในปริมาณมากเกินไปในครั้งเดียว หากเทียบกับการดูดไขมันปริมาณมาก บางกรณีการดูดไขมันทั้งตัวอาจทำได้หลายครั้งเพื่อลดความเสี่ยงและให้การฟื้นตัวที่ดียิ่งขึ้น
2. ดูดไขมันปริมาณมาก (Massive liposuction)
การดูดไขมันปริมาณมากหมายถึงการเอาไขมันออกในปริมาณที่สูงเกิน 5 ลิตรในครั้งเดียว ซึ่งอาจทำให้ต้องมีการจัดการพิเศษเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีไขมันสะสมจำนวนมากที่ต้องการกำจัดในครั้งเดียว อาจจะต้องการความปลอดภัยและการดูแลอย่างใกล้ชิด การดูดไขมันในปริมาณมากมักจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นในเรื่องของการติดเชื้อ, การเสียเลือด, และการเสียสมดุลของของเหลวในร่างกาย
โดยสรุปความแตกต่างของการดูดไขมันทั้งตัว เป็นการดูดไขมันจากหลายพื้นที่ของร่างกาย แต่ไม่จำเป็นต้องดูดไขมันในปริมาณมากครับ และ ดูดไขมันปริมาณมาก เน้นการเอาไขมันในปริมาณมาก (เกิน 5 ลิตร) ออกในครั้งเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงและต้องได้รับการดูแลพิเศษ
ทั้งสองประเภทอาจมีจุดประสงค์ที่คล้ายกัน คือ การปรับรูปร่าง แต่มีวิธีการและปริมาณที่แตกต่างกันตามความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
เนื่องด้วยเทคนิคที่ปลอดภัยและทันสมัย การดูดไขมันนี้ไม่เพียงช่วยลดไขมันที่ไม่ต้องการ แต่ยังช่วยปรับรูปร่างให้สมส่วน ซึ่งการดูดไขมันไม่ได้เป็นวิธีการลดความอ้วน หรือลดน้ำหนัก แพทย์จะดูดไขมัน ในปริมานที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัย และปรับรูปร่างเพื่อให้สวยงามตามสัดส่วนของร่างกายครับ
ขั้นตอนการดูดไขมันทั้งตัว (Full Body Liposuction)
ขั้นตอนการดูดไขมันทั้งตัวต้องทำภายใต้การดมยาสลบเท่านั้น
ขั้นตอนแรก ในเบื้องต้นเข้าปรึกษาแพทย์และประเมิน
รวมถึงวางแผนการรักษา พูดคุยถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังของการดูดไขมัน มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่น วัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และสอบถามประวัติการแพ้ยาหากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางชนิด อาจต้องหยุดใช้ยาชั่วคราวตามคำแนะนำของแพทย์ครับ
วางแผนการรักษาและเลือกเทคนิคที่เหมาะสม
แพทย์จะกำหนดบริเวรที่ต้องการดูดไขมันออก และวางแผนการดูดไขมัน ว่าจะเริ่มจากส่วนใด คนไข้หลังจากดมยาสลบแล้ว จะนอนท่าไหน เพื่อดูดไขมันแต่ละส่วน
หากคนไข้ต้องการดูดไขมันทั้งตัว ดูดไขมันท้อง ดูดไขมันเอวหน้า ดูดไขมันเอวหลัง ดูดไขมันแขน ดูดไขมันขา ซึ่งท่านอนตามการรักษาที่เหมาะสม
- ท่านอนหงาย เป็นท่าที่ดีที่สุดเหมาะสำหรับในการดูดไขมันบริเวณ หน้าท้อง เอวหน้า และขาใน
- ท่านอนตะแคง เป็นท่าที่ดีที่สุดเหมาะสำหรับในการดูดไขมันบริเวณ ดูดเอวหลัง แขน และขานอก
ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมตัวก่อนดูดไขมัน
- งดอาหารและน้ำดื่ม งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนการทำ
- งดแอลกอฮอล์และยา หยุดดื่มแอลกอฮอล์และงดยาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลือดออก เช่น แอสไพริน หรืออาหารเสริมบางชนิด
- เตรียมชุดกระชับ ผู้ป่วยจะต้องลองสวมชุดกระชับ ก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกขนาดชุดไซส์ที่เหมาะสม ไม่แน่นเกินไปและไม่หลวมเกินไป
ขั้นตอนที่ 3 การดำเนินการดูดไขมัน (วันทำหัตถการ)
- การให้ยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ จะดูแลตลอดารผ่าตัด รวมถถึงพยาบาลวิชาชีพที่จะดูแลขณะผ่าตัด และพักฟื้นหลังผ่าตัด ซึ่งการใช้เป็นการดมยาสลบ ทำให้การดูดไขมันรวดเร็วและไม่เจ็บขณะทำครับ
- การวางแผนการรักษา แพทย์จะทำเครื่องหมายบริเวณที่ต้องดูดไขมันเพื่อให้การรักษาแม่นยำ
- การดูดไขมัน
- แพทย์จะทำการเจาะรูเล็ก ๆ (ประมาณ 3-5 มม.) บริเวณที่ต้องการดูดไขมันออก
- ใส่เครื่องมือดูดไขมัน เช่น Cannula (หลอดสำหรับดูดไขมัน) เข้าไปใต้ผิวหนัง
- ใช้เทคโนโลยีเฉพาะ เช่น VASER ที่ช่วยสลายไขมันด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อให้ไขมันละลายและดูดออกได้ง่ายขึ้น
- ระยะเวลาการทำอยู่ที่ประมาณ 3-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับพื้นที่และปริมาณไขมัน
การฟื้นตัวและการดูแลหลังการดูดไขมัน
- พักฟื้นทันทีหลังทำ ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บหรือบวมในบริเวณที่ดูดไขมัน ซึ่งเป็นอาการปกติ
- การใส่ชุดกระชับ จำเป็นต้องใส่ชุดกระชับ (Compression Garment) เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ เพื่อช่วยลดบวมและให้ผิวกระชับ
- การดูแลแผล ทำความสะอาดแผลเล็ก ๆ ที่เกิดจากการเจาะรูด้วยน้ำเกลือและหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก งดออกกำลังกายหนักหรือยกของหนักในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก
- ติดตามผลกับแพทย์ เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าและดูแลผลลัพธ์
การดูดไขมันทั้งตัวเหมาะกับใคร ? ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการดูดไขมันทั้งตัว
การดูดไขมันทั้งตัวเหมาะสำหรับใคร?
- ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมในหลายบริเวณของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก หลัง หรือต้นแขน
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างในหลายจุดและอยากทำทีเดียว เพื่อประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากจากการพักฟื้นหลายครั้ง
- ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ยุ่ง และมีเวลาพักฟื้นจำกัด จึงต้องการการดูแลร่างกายที่ครอบคลุมในครั้งเดียว
โดยคนไข้จะต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลต่อการทำหัตถการ
ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการดูดไขมันทั้งตัว?
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือโรคที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือใช้ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่กลัวความเจ็บปวดในระหว่างพักฟื้น เนื่องจากการดูดไขมันทั้งตัวอาจทำให้เกิดอาการเจ็บ บวม หรือช้ำในหลายบริเวณพร้อมกัน
- ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้นหลังการดูดไขมัน เพราะการดูดไขมันทั้งตัวอาจต้องการเวลาฟื้นตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ และการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เช่น การใส่ชุดกระชับหรือการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก
- ผู้ที่มีความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการดูดไขมัน
ดูดไขมันทั้งตัวอันตรายไหม ?
การดูดไขมันทั้งตัวสามารถ ปลอดภัย หากดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ครับ
อย่างไรก็ตาม การดูดไขมันในหลายบริเวณพร้อมกันและในปริมาณมาก อาจมีความเสี่ยงเฉพาะที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้:
1. อาการเจ็บและบวมช้ำในหลายบริเวณพร้อมกัน
การดูดไขมันทั้งตัวมักทำในหลายส่วนของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก และแขน การดูดไขมันจากหลายจุดพร้อมกัน จะทำให้เคลือนไหวตัวลำบาก ช่วยเหลือตนเองได้น้อยลง จากความเจ็บ โดยทางอิสสวีร์ มีระบบในการดูแลดังนี้ครับ
- การให้ยาบรรเทาปวด: แพทย์จะสั่งยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ทำให้คนไข้ฟื้นตัวเร็วและไม่เจ็บครับ
- การใส่ชุดกระชับสัดส่วน: ช่วยลดอาการบวมและพยุงบริเวณที่ดูดไขมันให้รูปร่างเข้าที่เร็วขึ้น
- การดูแลแผล: ทีมพยาบาลจะช่วยทำความสะอาดแผล เปลี่ยนผ้าปิดแผล และแนะนำการเช็ดตัวแทนอาบน้ำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- การช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน: ทีมพยาบาลจะช่วยดูแลการลุกนั่ง เดิน หรือทำธุระส่วนตัวในช่วงแรก เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนต่อแผล
- การใช้เครื่องนวดขาแบบ Pneumatic Balloon Pump: แพทย์อาจแนะนำการใช้เครื่องนวดขา เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ (Deep Vein Thrombosis) และป้องกันภาวะ Pulmonary Embolism
การดูแลหลังการดูดไขมันโดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
2. การเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย
การดูดไขมันทั้งตัว โดยเฉพาะในปริมาณมาก อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้อ่อนเพลียหรือเวียนศีรษะ การฟื้นฟูสมดุลร่างกายโดยการดูแลจากแพทย์จึงมีความสำคัญ โดยมีแนวทางดังนี้ครับ
- การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด (IV Fluid Replacement): แพทย์จะให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด เพื่อทดแทนของเหลวและเกลือแร่ที่สูญเสียไป ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำและรักษาสมดุลในร่างกาย
- การดื่มน้ำเกลือแร่: ผู้ป่วยควรดื่มน้ำเกลือแร่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเติมโซเดียมและโพแทสเซียม ช่วยลดอาการอ่อนเพลียและฟื้นฟูพลังงาน
- คำแนะนำด้านโภชนาการ: หลังการดูดไขมัน ควรรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะโปรตีนสูง และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายและเสริมสร้างพลังงาน
การดูแลสมดุลของน้ำ เกลือแร่ และโภชนาการจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ
ดูดไขมันทั้งตัวเจ็บไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน ?
สำหรับการดูดไขมันทั้งตัว แพทย์มักเลือกใช้ การดมยาสลบ ตลอดกระบวนการเพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บหรือไม่สบายตัวระหว่างการทำหัตถการ
ลดความเจ็บปวดระหว่าง ดูดไขมัน
- การดมยาสลบ (General Anesthesia) การดมยาสลบช่วยให้ผู้ป่วยหลับสนิทตลอดกระบวนการดูดไขมัน ไม่รู้สึกเจ็บ และช่วยให้แพทย์สามารถทำหัตถการในหลายบริเวณของร่างกายได้สะดวก
- เทคโนโลยีช่วยลดความบอบช้ำ การใช้เทคโนโลยีทันสมัย เช่น VASER Liposuction หรือ Laser Liposuction ช่วยทำให้ขั้นตอนการดูดไขมันมีความนุ่มนวล ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และช่วยให้การฟื้นตัวเร็วขึ้น
- J-PLASMA เป็นเทคโนโลยี เพื่อผิวกระชับ แบบปลอดภัยที่US FDA รับรอง และ ยังมีงานวิจัยพบว่าช่วยในการห้ามเลือด ทำให้หลังการดูดไขมัน อาการบวมช้ำน้อยลงอีกด้วยครับ
การเจ็บปวดหลังการดูดไขมัน
แม้ว่าจะไม่มีความรู้สึกระหว่างการทำ แต่หลังจากผลของยาสลบหมดลง ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บหรือไม่สบายตัวในบริเวณที่ดูดไขมัน โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บปวด ได้แก่
- ปริมาณไขมันที่ดูดออก: ยิ่งปริมาณไขมันที่ดูดออกมาก อาการบวมและเจ็บอาจเพิ่มขึ้น
- บริเวณที่ดูดไขมัน: บางพื้นที่ เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา อาจมีอาการเจ็บและตึงมากกว่าบริเวณอื่น
ที่อิสสีร์คลินิกมีระบบการดูแลเฉพาะสำหรับคนไข้ที่ดูดไขมันทั้งตัว
- การให้ยาบรรเทาปวดลดการอักเสบ
- ทีมงานช่วยทำแผลและใส่ชุดกระชับ
- การฉายแสงLED 1-7วันแรก เพื่อลดการอักแสบ ลดรอยฟกช้ำ
- โปรแกรมUltrasound หลังตัดไหม เพื่อลดความบวมช้ำ
- การประคบเย็นจะช่วยลดการเจ็บหลังดูดไขมันได้
โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการฟื้นตัวครับ
ดูดไขมันทั้งตัวราคาเท่าไหร่ ?
ราคาดูดไขมันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น บริเวณที่ดูดไขมัน เทคโนโลยีที่ใช้ โปรโมชั่นและสถานพยาบาลครับ ช่วงราคาโดยทั่วไปของการดูดไขมันทั้งตัวจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 - 300,000 บาท
ดูดไขมันทั้งตัวที่ไหนดี ? วิธีเลือกคลินิกที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ตรวจสอบมาตรฐานสถานพยาบาล
เลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตและอุปกรณ์ทันสมัยสามารถตรวจสอบสถานพยาบาลได้
ประสบการณ์ของแพทย์
แพทย์ควรมีความเชี่ยวชาญและผลงานรีวิวจากผู้เข้ารับบริการจริง
สอบถามรายละเอียดและราคาได้ชัดเจน
เลือกคลินิกที่ให้ข้อมูลครบถ้วนและไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
ดูดไขมันทั้งตัวที่ Issavee Clinic
Issavee Clinic เป็นคลินิกที่ให้บริการดูดไขมันทั้งตัวด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างตรงไปตรงมา เห็นผลลัพธ์ยาวนานปลอดภัย
เหตุผลที่ควรเลือกดูดไขมันทั้งตัวที่ Issavee Clinic
1. เทคโนโลยีทันสมัย
Issavee Clinic ใช้เทคนิคดูดไขมันที่ทันสมัย เช่น VASER และ J-Plasma ซึ่งช่วยลดไขมันสะสมและยกกระชับผิวในขั้นตอนเดียว ทำให้ผิวเรียบเนียนและไม่หย่อนคล้อยหลังการทำ
2. ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ทุกขั้นตอนดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมันที่ผ่านการอบรมและมีประสบการณ์ แพทย์ของเรารออกแบบรูปร่างและเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
3. ความปลอดภัยสูงสุด
ที่ Issavee Clinic เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้รับบริการ ด้วยการปฏิบัติตามมาตรฐานทางการแพทย์ที่เข้มงวด พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือที่ผ่านการรับรองคุณภาพ
4. เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและปลอดภัย
ด้วยการวางแผนและเทคนิคที่เหมาะสม ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความสมส่วนและดูเป็นธรรมชาติ ลดไขมันสะสมในบริเวณที่ต้องการโดยไม่กระทบเนื้อเยื่อรอบข้าง
5. บริการติดตามผลหลังทำ
Issavee Clinic มีบริการติดตามผลและให้คำปรึกษาหลังการดูดไขมัน รวมถึงการดูแลแผล การแนะนำการใส่ชุดกระชับ และคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
รีวิวการดูดไขมันทั้งตัว ก่อนทำ-หลังทำ
การดูดไขมันทั้งตัวให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมหลายจุด ผู้ป่วยส่วนใหญ่พอใจกับรูปร่างที่สมส่วนขึ้นและผลลัพธ์ที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์และเตรียมตัวก่อนการดูดไขมันเพื่อความปลอดภัยสูงสุด


ทีมแพทย์ดูดไขมันที่ Issavee Clinic (เป็นฟุตเตอร์)

