ตาสองชั้นคืออะไร
โดยปกติแล้วเปลือกตาคนเรามีกล้ามเนื้อสองชนิด คือ กล้ามเนื้อหลับตา และกล้ามเนื้อเปิดตา กล้ามเนื้อหลับตานั้นอยู่ค่อนข้างตื้นชิดแนบไปกับผิวหนัง (สังเกตได้จากการหลับตาแน่นแล้วเกิดริ้วรอยรอบดวงตา) ส่วนกล้ามเนื้อเปิดตาอยู่ในชั้นลึกกว่าและติดกับกระดูกอ่อนเปลือกตาและดึงขึ้นเพื่อเปิดตา ซึ่งในบางคนกล้ามเนื้อชนิดนี้จะมีเยื่อบางๆทอดไปติดกล้ามเนื้อหลับตาและผิวหนังด้านหน้า ทำให้โครงสร้างทั้งหมดแนบชิดเป็นอันเดียวกัน ประกอบกับการพับซ้อนของผิวหนังด้านบนเกิดเป็นตาสองชั้นขณะลืมตา
(image)
สำหรับกรณีตาชั้นเดียวหรือตาสองชั้นหลบในนั้น เกิดจากการที่ไม่มีบริเวณยึดติดกันของกล้ามเนื้อทั้งสองชนิดนั้นหรือมีในระดับต่ำ ๆ ใกล้แนวขนตาทำให้ไม่มีตาสองชั้นหรือมีชั้นตาเล็ก ๆ
(image)
(image)
(image)
(image)
การทำตาสองชั้นมีกี่วิธี
(image)
การผ่าตัดตาสองชั้นหลักๆแล้วสามารถทำได้ 3 วิธี คือ แผลกรีดยาว แผลสั้น และการเย็บเป็นจุด ๆ ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมในคนไข้แต่ละคนที่แตกต่างกันไป
ตาสองชั้นแบบแผลกรีดยาว
ข้อดี
- สามารถกำหนดชั้นตาสองชั้นได้มากกว่า
- โอกาสชั้นตาหลุดน้อยกว่า
- สามารถทำร่วมกับการผ่าตัดอื่นๆ เช่น ปรับกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ หรือการย้ายไขมันได้
- สามารถตัดหนังตาเพิ่มเติมกรณีมีหนังตาส่วนเกินได้
ข้อเสีย
- มีแผลที่ยาวกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่นๆ (แต่แผลมักซ่อนอยู่ในชั้นตา ยกเว้นกรณีที่ต้องตัดหนังส่วนเกินในปริมาณมาก)
เหมาะสมกับใคร
- เหมาะสมกับทุกคนที่ต้องการผ่าตัดตาสองชั้น
ตาสองชั้นแบบแผลสั้น
ข้อดี
- สามารถกำหนดชั้นตาได้ (แต่อาจจะได้น้อยกว่าแผลกรีดยาว โดยเฉพาะบริเวณหางตา)
- โอกาสชั้นตาหลุดน้อยกว่าการเย็บแบบจุด
- สามารถทำร่วมกับการผ่าตัดอื่นๆ เช่น ปรับกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ หรือการย้ายไขมันได้ (แต่ยากกว่าแผลกรีดยาว และมีข้อจำกัดมากกว่า)
- แผลสั้นกว่าแบบกรีดยาว และซ่อนอยู่ในชั้นตา
ข้อเสีย
- ปรับโครงสร้างต่างๆได้น้อยกว่าการผ่าตัดแบบแผลกรีดยาว
- ควบคุมชั้นตาโดยเฉพาะบริเวณหางตาได้น้อยกว่าแผลกรีดยาว
- ไม่สามารถทำร่วมกับการตัดหลังส่วนเกินได้
เหมาะสมกับใคร
- เหมาะกับคนที่มีเปลือกตาค่อนข้างบาง
- ไม่มีหนังตาส่วนเกิน
ตาสองชั้นโดยการเย็บแบบจุด
ข้อดี
- แผลสังเกตได้ยากเนื่องจากเป็นจุดเล็กๆ
ข้อเสีย
- โอกาสชั้นตาหลุดสูงกว่าวิธีอื่น
- ไม่สามารถทำร่วมกับการปรับกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ หรือการย้ายไขมันได้
- ไม่สามารถตัดหนังตาส่วนเกินได้
เหมาะสมกับใคร
- เหมาะกับคนที่มีเปลือกตาค่อนข้างบาง
- ไม่มีหนังตาส่วนเกิน
(image)
โดยธรรมชาติแล้ว อวัยวะสองข้างของเราอาจจะมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ซึ่งสาเหตุของความแตกต่างนั้นเกิดได้จากหลาย ๆ กรณี เช่น
- ตำแหน่งชั้นตาที่มีตามธรรมชาติไม่เท่ากัน ทำให้การม้วนพับของตาสองชั้นแตกต่างกัน
- มีความโหลลึกของตาไม่เท่ากัน ทำให้ข้างที่ตาโหลลีกมากกว่ามักจะมีชั้นตาที่สูงกว่า
- ความแตกต่างของกระดูกเบ้าตาหรือกระดูกหน้าทั้งสองข้าง ทำให้ความลึกของตาแตกต่างกัน
- ตำแหน่งคิ้วไม่เท่ากัน ทำให้ข้างที่ระดับคิ้วต่ำกว่า มีตาสองชั้นที่เล็กกว่า
- มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้แรงดึงม้วนพับของตาสองชั้นไม่เท่ากัน
ทั้งนี้สาเหตุต่าง ๆ ข้างต้น อาจพบร่วมกันในคนไข้คนหนึ่ง ๆ ได้ และการผ่าตัดแก้ไขและผลลัพธ์ก็จะมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลแล้วแต่สาเหตุ
กล้ามเนื้อลืมตาอ่อนแรงคืออะไร
ปกติแล้วรอบดวงตัวมีกล้ามเนื้อหลายมัดที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของใบหน้าในบริเวณนี้ เช่น การยกคิ้ว การขมวดคิ้วหรือการกดหัวคิ้วลง การลืมตา การหลับตา จะสังเกตได้ว่าในแต่ละบริเวณไม่ว่าจะเป็นคิ้วหรือดวงตา จะมีกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ตรงข้ามกันเพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่น หรือแม้แต่ในเวลาที่ไม่เราไม่รู้สึกตัวกล้ามเนื้อเหล่านี้ก็จะยังมีการทำงานในขนาดน้อยๆเพื่อเป็นการบาลานซ์กันและกันของตัวกล้ามเนื้อ ในส่วนของดวงตาก็เช่นกัน คือ
- มีกล้ามเนื้อหลับตา ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับรอยตีนกาที่เกิดจากกล้ามเนื้อนี้
- กล้ามเนื้อลืมตา
ในส่วนของกล้ามเนื้อลืมตานั้นปกติแล้วมี 2 มัด คือ กล้ามเนื้อลีเวเตอร์ และ กล้ามเนื้อมุลลอร์ ที่คอยเสริมหน้าที่ของกันและกัน เมื่อไรก็ตามที่กล้ามเนื้อเหล่านี้ไม่สามารถดึงเปิดเปลือกตาได้อย่างเหมาะสม จะเรียกภาวะนี้ว่า “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอ่อนแรงแต่กำเนิด, การอ่อนแรงหรือการยืดตัวของกล้ามเนื้อตามอายุ, การหลุดของกล้ามเนื้อจากที่เกาะบริเวณกระดูกอ่อนเปลือกตา หรือ การอ่อนแรงหลังจากการผ่าตัดตา
โดยภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนี้สามารถสังเกตได้จากอาการเบื้องต้นหลาย ๆ อย่าง เช่น มีอาการตาปรือดูง่วงตลอดเวลา, เบ้าตาดูโหลลึกขึ้น หรือมีชั้นตาสูงผิดปกติ
(image)
แต่อย่างไรก็ตามเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องควรได้รับการตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากการหลับตาลืมตานั้นค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนในแต่ละภาวะ เช่น การลืมตาปกติ หรือ การจ้องมองเพ่งสายตา อาจทำให้มีการเปิดลืมตาได้มากน้อยแตกต่างกัน นอกจากนี้แล้วในคนเอเชียนั้นการลืมตาโดยเฉลี่ยแล้วจะได้น้อยกว่าฝรั่ง ฉะนั้นในบางกรณีอาจมองว่าเป็นภาวะปกติในคนไข้คนนั้นๆได้เช่นกัน
การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำได้หรือไม่
(image)
สามารถทำได้ โดยขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้เกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อและความรุนแรงมากน้อยของกล้ามเนื้ออ่อนแรงของคนไข้ในแต่ละคน ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วสามารถแบ่งการแก้ไขได้หลักๆ 3 วิธี
การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยการปรับกล้ามเนื้อลีเวเตอร์
ข้อดี
สามารถปรับระดับการเปิดตาได้มากกว่าวิธีกล้ามเนื้อมูลเลอร์
สามารถทำร่วมกับการปรับกล้ามเนื้อมูลเลอร์ได้
ข้อเสีย
ต้องมีแผลผ่าตัดที่เปลือกตา โดยความสั้นยาวของแผลขึ้นกับความรุนแรงของกล้ามเนื้ออ่อนแรง และภาวะอื่นๆที่ต้องแก้ไขร่วมด้วย
เหมาะสมกับใคร
เหมาะกับคนไข้ที่กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบที่รุนแรงน้อยจนถึงมาก โดยที่ประเมินแล้วพบว่ากล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ยังทำงานได้ดี
การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยการปรับกล้ามเนื้อมูลเลอร์
ข้อดี
สามารถผ่าตัดแก้ไขโดยซ่อนแผลในเยื่อบุตาได้
ข้อเสีย
ปรับระยะการเปิดตาได้ค่อนข้างน้อย
เหมาะสมกับใคร
เหมาะกับคนไข้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่รุนแรงน้อย
การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยการใช้กล้ามเนื้อยกคิ้ว
ข้อดี
สามารถทำได้แม้การทำงานของกล้ามเนื้อลีเวเตอร์ไม่ดี
ข้อเสีย
จำเป็นต้องมีแผลบริเวณคิ้ว และแผลบริเวณเปลือกตา
การทำงานของกล้ามเนื้อยกคิ้วอาจไม่ธรรมชาติเท่ากับกล้ามเนื้อลีเวเตอร์ จำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อปรับตัวหลังการผ่าตัด ซึ่งผลจากการฝึกอาจแตกต่างกันไปในคนไข้แต่ละคน
เหมาะสมกับใคร
คนไข้ที่การทำงานของกล้ามเนื้อลีเวเตอร์ไม่ดี เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบรุนแรงแต่กำเนิด
